27 Sep
“ความตายคืออะไร…ความตายไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดหรอก
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือการพลัดพรากจากคนที่เรารักต่างหาก”
ได้ยินประโยคนี้จากละคร “เย้ยฟ้าท้าดิน”
คล้ายกับคำประทับใจที่โกวเล้งเขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง…
“…ชั่วชีวิตมนุษย์…สิ่งที่บันดาลให้หดหู่ รันทด มิใช่การจำพราก…
หากเป็นการอยู่ร่วม เพราะหากไม่เคยอยู่ร่วม ไหนเลยมีการจำพรากได้…”
การสูญเสียคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นในชีวิต หรือในความรัก
ยิ่งรักมาก เมื่อถึงเวลาสูญเสียก็ยิ่งเจ็บมาก
เมื่อถึงเวลาทุกข์ เวลาเศร้า ไม่ว่าจะคำพูดปลอบใจของใคร
ก็ไม่มีทางที่จะดึงคนเราให้พ้นจากความทุกข์ไปได้
ใช่…โดยเฉพาะเวลาที่เจ็บปวดกับความรัก
จะมีใครช่วยเราได้ หากเวลาที่จะทำใจได้ ตัดใจได้ มันยังมาไม่ถึง
วันเวลาที่เจ็บปวดเวลานั้น มีแต่ตัวเราเท่านั้นจริง ๆ ที่จะช่วยให้ตัวเองหลุดพ้นได้
ในเวลาปกติ ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือหนัก ๆ ไม่ชอบดูหนังเศร้า ๆ
และมักหลีกหนีตอนจบแบบโศกนาฏกรรม ไม่ว่าจะเป็นนิยาย หนัง หรือละคร
แต่เวลาเจอปัญหา สับสน เจ็บปวด
สิ่งที่เศร้ายิ่งกว่าชีวิตจริงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในหนัง หรือหนังสือ
กลับช่วยฉุดดึงความรู้สึกให้รอดพ้นจากความทุกข์โศกได้เสมอ
พอได้เสียน้ำตา ได้ร้องไห้
ก็เหมือนได้ระบายทุกอย่างที่มืดดำในใจออกมาจนหมด
นี่อาจเป็นวิธีเยียวยาจิตใจเฉพาะตัว ที่แต่ละคนก็มีวิธีแตกต่างกันไป
ความหลุดพ้นจากความเศร้าของฉัน คือการทำให้ตัวเองเศร้าจนถึงที่สุด
ฟังเพลงเศร้า ดูหนังเศร้า แล้วปล่อยให้ตัวเองดิ่งลงไปให้ถึงจุดที่เศร้าสุด ๆ
ให้มันเศร้าจนน้ำตาไหลไม่หยุด ให้น้ำตาล้างทุกอย่างที่ทับถมในใจผ่านพ้นไปอย่างหมดจด
อารมณ์ตอนนี้ไม่ได้เศร้านักหนา แต่กลับรู้สึกตื้นตันลึก ๆ กับความเศร้า
อากาศขมุกขมัว รอบตัวดูซึม ๆ ทึม ๆ เรื่อยเฉื่อย หยุดนิ่ง
แต่แปลก…หัวใจฉันตอนนี้…กลับแข็งแรงที่สุด
ขอบคุณเพลงเพราะ ๆ กับภาพเศร้า ๆ จากละครหลายเรื่อง
ที่ช่วยเป็นวิตามินสร้างความแข็งแรงให้หัวใจในวันอากาศหม่นมัววันนี้
6 Sep
ความรัก…สำคัญกับชีวิต…สำคัญกับหัวใจ
เราตามหาความรัก…ตามหาคนรัก…แต่กลับจำกัดคำว่า “รัก” ไว้อย่างแคบ ๆ
ต้องเป็น “ความรัก” ในรูปแบบของคนรักเท่านั้นหรือ
ถึงจะเติมเต็มชีวิต เติมเต็มหัวใจให้อบอุ่น ให้มีกำลังใจอยู่ในโลกใบนี้ได้
“Fin” เล่าให้ฉันฟังถึงคนที่เขาคบหาแต่ละคน
คนที่เขาบอกว่ารัก…รัก…รัก…แต่ไม่เคยรักเขาตอบ
เด็กหนุ่มรุ่นน้องหลายต่อหลายคนที่เขาชอบ หรือที่บางทีก็ใช้คำว่า “รัก”
ล้วนแล้วแต่บอกกับเขาว่าเขาเป็นพี่ชายที่แสนดี…เป็นเพื่อนที่น่ารัก
นั่นเองที่ทำให้เขาเหงา…เหงา…และเหงามาตลอดชีวิตจนถึงวันนี้
ความเหงาของเขา…ฝังลึกจนทำให้อารมณ์แปรปรวนอย่างน่ากลัว
เขาโทรมาคุยกับฉันบ่อย ๆ ปรึกษาปัญหาหัวใจ ปรึกษาปัญหาชีวิต
บ่อยครั้งที่เฝ้าแต่ถามว่า…ทำอย่างไรเขาถึงจะหายเหงา หายเศร้าแบบนี้
ไม่น่าเชื่อว่าคนที่สำเร็จในหน้าที่การงานอย่างเขา…พอถึงมุมส่วนตัว
กลับมีมุมมืดที่เจ็บปวดให้เจ้าตัวเก็บมาตอกย้ำตัวเองได้มากมาย
เขาไม่ใช่แค่คนเหงา…ไม่ใช่แค่คนอ่อนไหวอย่างธรรมดา
แต่ยังมองตัวเองในแง่ร้าย และขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างเกินเหตุ
เขาชอบคุยเรื่องความรัก…คุยถึงหนุ่มคนนั้นคนนี้ที่เขาคบหา
คุยถึงความเจ็บปวด ความเหงา เวลาที่ถูกปฏิเสธจากคนที่เขาคาดหวัง
แต่ยิ่งฟัง…ฉันยิ่งสัมผัสได้ถึงความฉาบฉวยในอารมณ์นั้น
” Fin “ พร่ำบอกว่าเขาไม่เชื่อเรื่องรักแท้ แต่ลึก ๆ กลับตะเกียกตะกายค้นหา
หลงรักคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ๆ แค่ได้เห็นหน้า หรือคุยกันเพียงไม่กี่ประโยค
หลายครั้งที่ฉันชวนเขาคุยถึงเรื่องครอบครัว…
แล้วได้รับรู้ว่า ” Fin ” ห่างเหินจากพ่อแม่ พี่น้องของตัวเองเหลือเกิน
เขาเป็นพี่ชายคนโต แต่กลับไม่เคยซักครั้งที่จะก้าวเข้าไปหาน้อง ๆ
เขาปิดบังตัวเองจากทุกคน…เพราะกลัวว่าคนเหล่านั้นจะรับรู้ในสิ่งที่เขาเป็น
ครั้งหนึ่ง…น้องชายวัยรุ่นของเขามาหาเขาที่บ้านในวันที่เขากำลังเศร้าซึมอย่างหนัก
ขณะที่เราคุยโทรศัพท์กันอยู่ เขาขอตัวไปคุยกับน้อง แค่ไม่ถึงห้านาที
ก็กลับมาที่โทรศัพท์อย่างรวดเร็วจนฉันประหลาดใจ
“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับเขาหรอก เขามันก็เด็กผู้ชายธรรมดา มีแต่เที่ยวแล้วก็จีบผู้หญิงไปวัน ๆ”
ฉันถามเขาว่าเขาเคยคุยกับน้องนาน ๆ บ้างไหม…เคยรับรู้เรื่องราวของน้องชายคนนี้บ้างหรือเปล่า
เขาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย…บอกง่าย ๆ ว่า…ชีวิตตัวเองก็แย่มากพออยู่แล้ว เขาคงช่วยอะไรน้องไม่ได้
“คนเราบางทีก็ต้องมองออกไปนอกตัวเองบ้างนะ เพราะถ้าเราจมอยู่แต่กับเรื่องของตัวเองแบบนี้
ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเหงา ความเศร้าหรอก ลองมองคนอื่น คิดเรื่องคนอื่นบ้างสิ
ไม่คิดจะลองทำอะไรเพื่อคนอื่นดูบ้างเหรอ ลองคิดเพื่อน้อง ทำเพื่อน้อง ช่วยเหลือเขา
ไม่แน่นะ ไอ้อาการเหงาสุดโหดที่เป็นอยู่นี่มันอาจจะทุเลาลงบ้างก็ได้”
วันนั้นดูเหมือนเขาจะไม่พอใจสิ่งที่ฉันพูดนัก…อาจจะเพราะเขามองไม่ออก และไม่เข้าใจซักนิดว่า
ทำไมเขาจะต้องไปรับผิดชอบปัญหาของคนอื่น…ที่เขาไม่เคยก้าวเข้าไปแตะต้องมาก่อน
รวมทั้งไม่คิดด้วยว่าสิ่งเหล่านี้มันจะมาเกี่ยวข้องหรือแก้ไขปัญหาชีวิต ความรักของเขาได้อย่างไร
“เราจะมีความรักได้ยังไงกัน ถ้าเราไม่หัดรักคนอื่น หรือทำอะไรเพื่อคนอื่นซะก่อน”
จำได้ว่า…ฉันพูดเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่จะวางโทรศัพท์ไปในวันนั้น ในขณะที่เขายังคงนิ่งเงียบ
6 Sep
“Fin” ไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถมีความรักได้เหมือนคนปกติ
เขาคิดเสมอว่าความรักรูปแบบนี้…เป็นเพียงอารมณ์ชั่วครู่ชั่วยาม…เป็นแค่ความฉาบฉวย
ไม่มีใครคบกันได้ยาวนาน ไม่มีใครจริงจังกับใคร ทุกคนต่างแค่เข้ามาหากันเมื่อถูกใจกัน
หรือไม่ก็หวังผลประโยชน์อะไรจากกัน…หรือคบกันเพื่อแก้เหงา…แล้วก็แยกย้ายกันไปเมื่อเจอคนใหม่…
ไม่มีรักแท้ในหมู่ชาวเกย์หรอก….เขาย้ำกับฉันอย่างนั้น
“Fin” ให้ฉันเล่าเรื่องความรักของรุ่นพี่ผู้หญิงนักอุดมคติที่ฉันรู้จักให้เขาฟัง
เขาอยากรู้ว่าความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง…จะแตกต่างจากผู้ชายกับผู้ชายอย่างเขาไหม
ฉันว่าก็คงต่างนะ…เพราะความผูกพันระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงที่ฉันเคยได้รับรู้ดูจะลึกซึ้งกว่า
ถ้าความผูกพันระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย…มันเป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ
แต่ฉันไม่เชื่อหรอก…ฉันเคยเห็นผู้ชายกับผู้ชายบางคู่…อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบ ๆ ปี
อยู่กันอย่างเพื่อน…อย่างคนรัก…อย่างคนที่เข้าอกเข้าใจกัน ไม่ต่างจากคู่ชีวิตผู้หญิงผู้ชายที่เราเห็น ๆ กันอยู่ในสังคม
“Fin” หัวเราะคล้ายเยาะหยันตัวเอง…เขาว่าคู่ที่ฉันเจอ…คงมีแค่หนึ่งในล้านของคนประเภทเขา
เขาคบคนมาเยอะ เพื่อน ๆ เขาก็เจอมาเยอะ ส่วนใหญ่คนที่ผ่านเข้ามา..ถ้าไม่หวังผลประโยชน์ ก็แค่แก้เหงาไปวัน ๆ
ไม่มีเกย์คนไหน…มีรักแท้มั่นคง…จริงใจต่อกัน…เพราะพวกเขามันเป็นพวกผิดปกติ…
และ “ความรัก” ของพวกเขา มันก็ผิดปกติ…
ฉันย้อนถามด้วยคำถามง่าย ๆ …ทำไมล่ะ…คนเป็นเกย์ไม่มีหัวใจหรือไง
เขาอึ้งไป ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะว่า…มีนะ แต่หัวใจมันไม่ปกติน่ะ
มันเหงา มันอ้างว้าง สับสน และไขว่คว้าไปเรื่อยเปื่อย จนเหมือนไร้หลักยึดเหนี่ยว
ยิ่งรัก…ยิ่งผิดหวัง ก็ยิ่งหมดความเชื่อมั่น หมดศรัทธาในความรัก
แล้วเขาล่ะ…เขาเคยรักใครอย่างจริงจัง อย่างที่หวังว่าจะได้อยู่กับคนคนนั้นไปตลอดชีวิตบ้างไหม…ฉันถามอีก
“โธ่…ทำไมจะไม่เคย ผมเคยรักเขาสุดหัวใจ เขาก็เคยทำเหมือนรักผมสุดหัวใจ
คอยมาดูแล คอยมาหาข้าวหาน้ำให้ผมกินตอนไม่สบาย ทำเหมือนรักผมสารพัด
แล้ววันหนึ่งผมถึงรู้ว่าเขาเข้ามาหาผม ก็แค่หวังเกาะผม หวังเอาเงินจากผมเท่านั้น
พอไม่มีให้เขาก็ผละไปง่าย ๆ หายไปจากชีวิตเหมือนไม่เคยมีอะไรกันมาก่อน
นี่ไง…ความรักของผม คนที่ผมคิดว่าจะรักเขาไปตลอดชีวิต ผมเป็นบ้าอยู่เป็นเดือน ๆ
แทบจะฆ่าตัวตาย ตอนนั้นผมมันเด็ก โง่ งมงายคิดว่าถึงเราจะเป็นแบบนี้ แต่
เราก็คงเจอคนที่รักเราซักคนแหละ แต่สุดท้ายผมก็ได้รู้ว่ามันไม่มีหรอก คำว่ารักแท้น่ะ”
จริงหรือ…ที่ว่าการรักใครซักคนของคนประเภทเขาเป็นเรื่องโง่งมงาย…ฉันสงสัยอยู่ในใจ
“ทุกวันนี้ผมไม่เคยคาดหวังกับใครหรอก ผมรู้แล้วว่าที่เขาดีกับผมก็เพราะผมมีอะไรให้เขาหวัง
ผมถึงทำงานหนัก สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองอยู่อย่างนี้ไง ถ้าผมเป็นแค่ Nobody ผมก็คงเป็นแค่
ไอ้เกย์ทุเรศ ๆ คนหนึ่งเท่านั้น คงไม่มีใครมาสนใจอย่างนี้หรอก แต่วันนี้มันไม่ใช่ไง
ผมมีเงิน เด็ก ๆ ที่ผมคบอยู่น่ะ เขารู้กันทั้งนั้นแหละว่าถ้าไปกับผมก็กินข้าวฟรี ดูหนังฟรี
แล้วมันก็รู้ว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยนอะไร ชีวิตเกย์มันแค่นั้นแหละ…”
ชีวิตเกย์มันก็แค่นั้นแหละ…แค่นั้นจริง ๆ น่ะเหรอ…
“ถ้าเกย์มีหัวใจ มีความรู้สึก มันก็คงไม่ใช่แค่นั้นเสมอไปหรอก ที่เป็นแบบนี้
เพราะที่ผ่านมามันไม่ใช่ต่างหาก ต่อให้ผู้หญิงผู้ชาย ไอ้การคบหาหวังผลประโยชน์แบบนี้
มันก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน แต่มันอยู่ที่ว่าเวลาเราเริ่มคบคนที่เราชอบ เราเลือกที่คบเขาแบบไหน
เริ่มต้นที่การให้ผลประโยชน์เพื่อแลกเปลี่ยนความรักหรือเปล่าละมั้ง ถ้าเริ่มแบบนั้นทุกครั้ง
คิดแบบนั้นทุกครั้ง สิ่งที่ได้กลับมา มันก็ได้อย่างที่เราเริ่มนั่นล่ะ ไม่คิดอย่างนี้บ้างเหรอ
ทำไมสรุปเอาง่าย ๆ กับแค่ผิดหวังครั้งเดียว เจอคนไม่ดีแค่คนเดียวอย่างนั้นล่ะ ”
เขานิ่งไป…เหมือนจะเริ่มทบทวนอะไรบางอย่าง ก่อนจะถามฉันบ้างว่า…เคยเจอรักแท้ไหม
“ไม่เคยหรอก เคยเจอแต่รักประเภทฉาบฉวย รักเดี๋ยวเดียว อกหักเดี๋ยวเดียว แต่ยังไม่เคยรักใคร
แบบที่คิดว่าจะรักเขาไปตลอดชีวิตหรอก เห็นมั้ยว่าคนธรรมดากับเกย์ก็เหมือนกันน่ะแหละ”
ฉันตอบง่าย ๆ ก็จริงนี่…ฉันในวันนั้นยังไม่เจอคนรู้ใจคนที่ฉันรักอยู่อย่างทุกวันนี้เลย
ฉันเป็นคนรักคนยาก…เคยเจอคนที่คิดใช่…แต่พอใช้เวลาดู ๆ กันไป…ก็กลับไม่ใช่
รักแท้…ไม่ใช่สิ่งที่หาง่าย…ไม่ใช่เฉพาะเกย์หรอก…แม้แต่ผู้หญิงธรรมดาอย่างฉัน
ความรัก…ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย…ผิดหวังได้…พลาดหวังได้…ไม่ต่างไปจากเขาเหมือนกัน
แล้วทำไมล่ะ…ทำไมกับแค่ชีวิตที่พลาดหวังไปครั้งเดียว…หนุ่มน้อยน่ารักอย่างเขา
ถึงจะพาลมองโลกในแง่ร้าย…และหมดศรัทธากับความรักไปง่าย ๆ อย่างนั้น
ฉันไม่รู้หรอกว่า…รักแท้สำหรับเขาอยู่ที่ไหน…และจะต้องใช้เวลาตามหาอีกนานเท่าไร
แต่…ฉันก็ยังเชื่อว่า…ซักวัน…เราทั้งสองคนจะต้องค้นพบ “รักแท้” ที่รอคอยอยู่ ณ วันหนึ่งของชีวิตแน่นอน
6 Sep
“ผมเป็นเกย์ครับ…”
ประโยคเริ่มต้นประโยคนั้นทำให้เราสองคนมีประเด็นคุยกันไปได้ถึงเช้า
คำสารภาพง่าย ๆ คล้ายเป็นกุญแจสำคัญเปิดประตูเหล็กบานใหญ่ที่กั้นเราไว้ให้ทะลุถึงกันได้
เขาอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อฉันตอบกลับไปว่า…รู้แล้ว…
เขาถามด้วยน้ำเสียงอยากรู้ว่า เขาดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรือว่าเป็นเกย์
ฉันค่อย ๆ อธิบายรายละเอียดที่ฉันค้นเจอและเริ่มตั้งข้อสังเกต เมื่อเราสนิทกันมากขึ้น…
ว่ามีอะไรบ้างที่เราเคยได้คุยกัน แล้วทำให้ฉันเพิ่มความมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ
พอฟังจบ…เขาก็ถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อรับรู้ว่าไม่ใช่เพราะท่าทีบุคลิกอย่างที่เขานึกกลัวหรอก…
ที่ทำให้คนภายนอกรับรู้ว่าเขาเป็น…
” Fin “ บอกว่าฉันเป็นคนสุดท้ายในทีมที่ได้ฟังคำสารภาพของเขา
เพราะฉันคือคนที่เขากลัวที่สุดว่าจะรับไม่ได้กับตัวตนแท้จริงที่เขาเก็บซ่อนไว้
“ทำไมจะรับไม่ได้ เกย์ก็ผู้ชายคนหนึ่ง เพียงแต่อ่อนไหวกว่า ละเอียดอ่อนกว่า
และเลือกที่จะรักผู้ชายด้วยกันมากกว่าที่จะมองผู้หญิงก็เท่านั้น
ไม่เห็นผิดตรงไหนที่ผู้ชายจะรักผู้ชายด้วยกัน ความรักไม่มีเพศซะหน่อย…”
คำว่า “ความรักไม่มีเพศ” สะดุดความรู้สึกเขาอย่างแรง
เขาทำเสียงทึ่งจัด เมื่อฉันเล่าแง่มุมความรักในแบบที่ฉันเชื่อมั่นเสมอมาให้เขาฟัง
“ผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนคิดแบบนี้มาก่อนเลย !”
ฉันหัวเราะ…ก่อนจะเล่าให้ฟังว่า…คนที่เริ่มต้นพูดคำ ๆ นี้ และทำให้ฉันศรัทธากับคำ ๆ นี้ก็คือ “ผู้หญิง” นะ
เขาอยากรู้ อยากฟัง…และคะยั้นคะยอให้ฉันเล่าเรื่องของ “ความรักไม่มีเพศ” ที่ฉันได้รับรู้มาอย่างสนใจ
“จริง ๆ นะ ไม่เห็นจะต้องกลัว หรือกังวลขนาดนี้เลย ในเมื่อความรักมันเป็นเรื่องความรู้สึก
มันแล้วแต่ว่าใจใครจะสัมผัสได้กับใจใคร ถ้าเอากันเฉพาะหัวใจ เฉพาะความรู้สึก
มันจะแยกไปเพื่ออะไรกันล่ะว่าต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น หรือผู้ชายเท่านั้นที่ควรจะได้
ความรัก…มันก็คือความรัก…เอาแต่ตัวความรักล้วน ๆ มาคุยกัน โดยไม่เกี่ยวกับเรื่อง
ทางกายภาพที่ธรรมชาติสร้างมาให้ผู้หญิงคู่กับผู้ชาย ถ้าตัดเรื่องนั้นออกไป
ไม่เห็นมันจะผิดตรงไหน ถ้าใจเราจะไม่มีกรอบกั้นและกล้าที่จะรู้สึกลึกซึ้งกับคนเพศเดียวกัน”
ฉันพูดไปตามที่คิด…แต่คนฟังเงียบไปอย่างอินจัด…
“ผมไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อนเลย แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าจะมีคนคิดแบบนี้ ผมได้ยินมาแต่ว่า
การเกิดมาเป็นแบบนี้ มันเป็นเรื่องผิดปกติ มันเป็นกรรม แล้วมันก็เป็นเรื่องทุเรศ ๆ
ที่สังคมไม่ยอมรับ ผมถึงต้องมีชีวิตแบบนี้ ไม่เคยมีความรัก ไม่เคยมีคนมารัก มีแต่
ความทุกข์ไปวัน ๆ บางทีผมยังคิดว่าผมทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องเกิดมาเป็นเกย์
ต้องคอยทำตัวเป็นแมนหลอกคนเขาไปวัน ๆ ต้องอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยมีความสุข
อย่างที่คนปกติเขามีกีน ”
น้ำเสียงกดดันของคนพูด ทำให้ฉันอึ้งไป…ฉันเพิ่งรู้จักเขาจริง ๆ วันนี้เอง
นี่เป็นครั้งแรกที่เราคุยกันอย่างเปิดใจ…และเป็นครั้งแรก…ที่ฉันได้ยินน้ำเสียงเศร้า ๆ แบบนี้ของเขา
หนุ่มน้อยคนนี้…ไม่ได้มั่นใจตัวเองเหมือนพี่สาวกลุ่มนั้นที่ฉันรู้จัก…
การรักเพศเดียวกันของพวกเธอ…เปิดเผยมั่นใจ พวกเธอเข้าใจตัวเอง เข้าใจธรรมชาติของความรู้สึกนั้น
โดยไม่เคยเก็บมาเป็นปมด้อย เก็บมาเป็นปัญหาของชีวิตให้ต้องทุกข์ทรมาน
แต่ ” Fin ” ไม่ใช่…หนุ่มน้อยคนนี้เก็บกด สับสน เหงา และไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นเลยซักนิด
ที่ดีที่สุดที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้ก็คือ…เขากล้ายอมรับกับตัวเอง…และยอมรับกับ “เพื่อน” ได้อย่างเปิดใจในสิ่งที่เขาเป็น…