Logo_quamruq

 

 

Tom Claytor ทอม เคลย์เตอร์ :: the one who fly around the world[ 5695 ]send to friend


ทอม เคลย์เตอร์
 Tom Claytor ไม่ใช่ฝรั่งนักแสดงตัวประกอบ
มาแสดงหนังไทย
“รักสยามเท่าฟ้า”

แต่ ทอม  เคลย์เตอร์ เป็นนักบิน
ที่เตรียมจะได้บันทึกกินเนสบุ้ค  ทอม ผ่านมาเมืองไทย
 
เขาได้ถ่ายโฆษณา และโดยไม่คาดคิดว่า ทอมต้องอยู่ประเทศไทย
นานกว่าที่เขาคาดไว้หลายปี   เพราะเขาเชื่อว่า...

สิ่งที่สำคัญกว่าไปให้ถึงจุดหมาย  คือ ประสบการณ์ระหว่างการเดินทางต่างหาก
  

วันที่สัมภาษณ์ ทอม เคลย์เตอร์  อายุครบ 45 ปี 
ทอม เป็นนักบินเดี่ยวที่ประสบการณ์การบินมากมาย
แต่เพิ่งมีประสบการณ์แสดงหนังเรื่องแรก ในหนังไทย
“รักสยามเท่าฟ้า”

ทอมพูดบ่อยๆ ว่า  ตัวเขาได้ประสบการณ์จากหนังไทยเรื่องนี้ 
ในขณะที่ทุกคนในทีมงาน ต่างพูดตรงกันว่า...

ผู้ชายคนนี้ มอบแรงบันดาลใจ กับทุกคนที่รู้จักเขา ...

 อย่างผมขับเครื่องบินไปรอบโลก เพื่อหาประสบการณ์ เรียนรู้ภูมิปัญญาของผู้คนในที่ต่างๆ แล้วนำไปเล่าให้คนอื่นฟัง ผมเคยโดนตำรวจจับ 10 ครั้ง ถูกยิง 2 ครั้ง เป็นมาลาเรีย  6 หกครั้ง และติดคุกหนึ่งครั้ง  เครื่องบินผมถูกฟ้าผ่าระหว่างบินจากอินเดียมาเนปาล  ผมต้องเจอเรื่องน่าหวาดกลัวเต็มไปหมด
...........................................................................................................................

ผมรักการเดินทางไปในที่ที่ไม่สมควรไป แต่พอเราไปถึงที่นั่นจริงๆ อะไรๆ อาจเป็นไปในทางตรงกันข้ามก็ได้ คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณไม่ไปที่นั่น เป็นเรื่องที่ต้องลองเสี่ยง ถ้าคุณเอาแต่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความเสี่ยง คุณก็อาจพลาดสิ่งดีๆ ไปได้

............................................................................................................................

กวีคนหนึ่งเคยพูดถึงความเสี่ยงจากการพาตัวเองไปยืนตรงชายขอบ ว่า ถ้ามีใครชวนคุณไปยืนตรงชายขอบ คุณคงเอาแต่โอดครวญ ว่า มันสูง น่าหวาดเสียว กลัวจะตกลงไปข้างล่าง แต่ตรงชายชอบนั้นเองที่คุณตระหนักว่า ตัวเองบินได้


...........................................................................................................................

เวลาที่ผมบิน ผมจะบินด้วยหัวใจและความรู้สึก ไม่สนใจเรื่องต่างๆ ในสมองอีก ถ้าผมรู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างผิดปกติผมก็จะไม่บิน  ผมจะไม่ฝืนความรู้สึกของตัวเอง  บางครั้งมีอุปสรรคเยอะแยะไปหมด สภาพอากาศก็เลวร้าย 

แต่ถ้าจิตใจของผมเข้มแข็ง และพร้อมที่จะบิน ผมก็จะบิน  ไม่สนใจปัญหาเหล่านั้น  ถ้ามีประสบการณ์มากขึ้น  เราจะมีสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกให้รู้ว่า ควรหรือไม่ควรทำอะไร เราทำมันได้หรือไม่
    

...................................................................................................................
 
ผมอยากอ่านอะไรให้ฟังอย่างหนึ่ง มันมาจากหนังสือเรื่อง The One I nch Journey เขียนโดยWendell  Berry

 “จงพาตัวเองไปสู่ดินแดนใหม่  เมื่อก้าวพ้นจากบ้านที่เคยคุ้น แล้วย่างลงบนแผ่นดินอื่น คุณจะลิ้มรสถึงความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ตื่นเต้น รวมทั้งความหวาดกลัวที่แฝงอยู่ในใจ  ความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้จัก เป็นความกลัวอันเก่าแก่  มันเป็นความผูกพันอันแรก ระหว่างตัวคุณกับที่ที่คุณไปถึงสิ่งที่ต้องทำคือ สำรวจ คุณต้องรับมือกับประสบการณ์แรกซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับที่แห่งนั้น หากแต่เป็นประสบการณ์ของตัวคุณในที่แห่งนั้น  มันไม่ใช่การเข้าถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวที่อยู่ลึกในใจมนุษย์    ไม่มีใครสร้างความคุ้นเคยกับโลกแทนกันได้ คุณต้องทำความรู้จักมันด้วยตัวเองเท่านั้น ดินแดนใหม่ถึงจะกลายเป็นดินแดนที่คุ้นเคย  และคุณก็จะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป” **

 

 ** คัดลอก จากบางส่วนในบทสัมภาษณ์ ทอม เคล์ยเตอร์   นิตยสารสารคดี ฉบับมกราคม พ.ศ.2543**

++คุณทอมมาร่วมงานหนัง “รักสยามเท่าฟ้า” ได้ยังไง ?
ก่อนหน้านี้ ผมเคยถ่ายสารคดีกับเนชั่นแนลจิโอกราฟฟิค นี่เป็นครั้งแรกที่ผมแสดงในหนังที่มีเนื้อเรื่อง

ผมรักหนังเรื่องนี้มาก เพราะมันเป็นความฝันของผมที่จะบอกเล่าเรื่องการบินในหนังสักเรื่อง  ผมคิดว่า คนไทยควรภูมิใจ  เพราะประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ก่อตั้งกองการบินขึ้นมา  คนไทยหลายคนอาจจะไม่รู้  ในเวลานั้น  มันอันตรายมากๆ เพราะเครื่องบินสร้างขึ้นด้วยไม้  ไม่ได้ทำจากเหล็ก ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ผมได้มีส่วนร่วมในหนัง เพราะสำหรับผม นักบินไทยกลุ่มแรก คนเหล่านั้น เป็นฮีโร่อย่างแท้จริง ในเวลานั้น พวกเขาต้องเข้มแข็งทั้งร่างกาย จิตใจมากๆ  เข้ามามีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้ เป็นโอกาสให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตพวกเขาด้วย  วันที่ไปสถานที่ถ่ายทำวันแรก  ผมขนลุกตั้งทั้งแขน

เพื่อนนักบินคนไทยของผมคนหนึ่ง  เขาเป็นหลานของนักบินไทยกลุ่มแรกนี้ด้วย  ปู่ของเขาเป็น 1 ในสามนักบินไทยชุดแรกที่บินไปฝรั่งเศส  ผมรู้จักเขา เขาเป็นเพื่อนผมเอง หลังจากที่ผมรู้จักเขา และรู้เรื่องนี้ ยิ่งทำให้ผมสนใจหนัง เพราะในชีวิตจริง ร.6  ส่งทหารร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ฝรั่งเศส  ทหารไทย 1500 คน มี 70 คนเป็นนักบิน  เรื่องนี้คนไทยไม่ค่อยรู้  ในสงครามโลกครั้งที่ 1  1500 คนเป็นทหาร 70 คนเป็นนักบิน  และหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็เพราะ ร.6 ส่งทหารไปร่วมรบสงครามโลกครั้งที่ 1  ทำให้ฝรั่งเศสกับอังกฤษ ไม่สามารถยึดประเทศไทยเป็นอาณานิคมได้  เพราะนี่ทำให้สยามเป็นเอกราชมาได้ตลอด และผมรู้สึกว่า  ร.6 ฉลาดมาก น่าทึ่งมาก

เป้าหมายในการเดินทางของผม ไม่ใช่แค่ให้ถึงจุดหมาย  แต่เป็นการได้เรียนรู้ในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของคนอื่นๆด้วย  หนังเรื่องนี้เป็นโอกาสที่ดีของผม การได้ทำงานร่วมกับคนไทย ได้สัมผัส เห็นลึกถึงวัฒนธรรมไทย  และการทำหนังสักเรื่องก็เป็นหัวข้อที่ดีมากในหนังสือของผม เพราะผมมีความตั้งใจจะเขียนหนังสือ (ทอม ตั้งชื่อหนังสือที่เขาเขียนไว้แล้ว ว่า “Anytime from now” – “เมื่อไรก็เมื่อนั้น”)

อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมรักหนังเรื่องนี้ก็เพราะ  ตัวละครที่ศรรามเล่น  เขาแบบ “ฝันให้ไกล ไปให้ถึง” เขาลูกทุ่งมากๆ (ทอม มีฉายาว่า นักบินลูกทุ่ง )  แต่เพราะเขามีความฝัน ผมคิดว่า หนังเรื่องนี้กระตุ้นคนหนุ่มสาวของไทย จงเชื่อในพลังความฝันของคุณ  ไม่ใช่แค่การบิน แต่กับทุกอย่าง  ทำงานบริษัท เป็นหมอ  แต่ถ้าคุณมีความฝัน  จงทำความฝันของคุณ

ตัวละคร ดวง (ศรราม) ทำให้ผมย้อนไปนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ ตอนผมเด็กๆ  ผมทำงานในฟาร์มของคุณย่า คุณย่าของผมเธอเป็นนักบิน และทุกคืนเธอก็เล่าเรื่องการบินให้ผมฟัง  ตอนที่ผมเด็ก ๆ ผมฝันอยากเป็นนักบิน หลังจากนั้นผมทำงานเก็บเงิน ผมเรียนการบิน 

++คุณทอมได้พูดกี่ภาษา
น่าจะสัก 10  แต่บางครั้งก็ แบบงูๆ ปลาๆ  ผมบินไปแถบประเทศอาราเบีย  ผมก็หัดอาระบิค  ไปแอฟริกา ผมก็หันภาษา  ฝรั่งเศส  รัสเซีย ตองก้า  ก่อนไปเวียตนาม ผมก็เรียนเวียตนามบ้าง  ผมชอบเรียนภาษาเวลาไปประเทศอื่น  เพราะผมเรียนภาษาผมก็เรียน สุภาษิต wisdom ของภาษาอื่นๆ ไปด้วย  ผมชอบสุภาษิตมาก โดยเฉพาะของไทย  อย่างหนังเรื่องนี้  ใช้สุภาษิต “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” (ฮา)

++ฉากที่คุณชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ ?
ผมรักฉากบิน ในหนังเรื่องนี้มาก คุณรู้ไหม มันเป็นความฝันของผมเลยที่จะใส่ถ่ายทำฉากการบินจริงเข้าไปในหนัง  เมื่อนานมาแล้ว   ผมถ่ายโฆษณาเบียร์สิงห์  เราทำทุกอย่างด้วยกัน เราบิน  พอเรามาทำงานกับคุณธนิตย์ 

ผมกับคุณเปีย  ตากล้อง เราบินด้วยกัน11 ชั่วโมง เพื่อถ่ายภาพ  ปากช่อง นครสวรรค์ อุ้มผาง สุพรรณบุรี สวยมากๆเลย   ฉากบินร่อน เลียบแม่น้ำนั่นเป็นฉากโปรด ชอบที่สุดถึงที่สุดของผมเลย  ผมบินมาทั่วประเทศไทย  ผมรู้ว่า ประเทศคุณสวยมากขนาดไหน   ผมพยายามใส่ฉากบินจริงลงไปในหนัง เพราะผมอยากให้คนได้เห็น   เอาเลย ใส่ฉากบินจริงลงไปเลย   เราเป็นหนังเกี่ยวการบินนะ  แล้วเราก็มีเครื่องบิน ผมบินให้คุณฟรีๆ เลย  ช่วยใส่ฉากบินจริงนี่ลงในหนังเถอะ ได้โปรดเลย

++คุณรู้ไหมว่า  พี่ปื้ด ผู้กำกับฯหนังเรื่องนี้  เป็นคนกลัวเครื่องบิน
ผมรู้ว่า คุณปื้ดกลัวเครื่องบิน  ผมพยายามจับเขานั่งในเครื่องบินมาแล้ว
แต่ผมรักความคิดที่เขาทำหนังเกี่ยวกับสิ่งที่เขากลัวนะ  มันมีสุภาษิตอยู่ว่า   if you embrace your fear  you make it your friend  สุภาษิตนี้หมายถึง  ถ้าคุณกลัวอะไร  หลังจากคุณทำมันได้คุณจะไม่กลัวมันอีก ถ้าคุณกลัวผีไปอยู่ที่มืดๆ  ออกไปเจอมัน หลังจากนั้นคุณไม่กลัวผีอีก

ผมคิดว่า ตอนนี้ คุณธนิตย์จะไม่กลัวแล้วนะ  เพราะเขาได้ทำสิ่งที่เขากลัว ลงไปในหนังแล้ว ผมเคยจับเขานั่งในเครื่องบิน  ถ่ายรูป แต่เรายังไม่ได้บินด้วยกันเลย  แต่ผมสัญญากับเขาไว้  หลังจากหนังฉาย  เขาจะขึ้นบินกับผม  เขาให้สัญญาผมไว้   ไว้เราคอยดูกัน

++คุณคิดอย่างไรกับการแสดง?
มันยากมาก ทีมงานให้ผมเรียนการแสดง เขาสอนผมว่า การแสดงคือ การเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น การแสดงต้องจริงใจ ต้องรู้สึกจริงๆ จริงมาจากหัวใจคุณ เพราะในหนังคนดูจะเห็น จะรู้สึกจริงมาก

นั่นล่ะ สิ่งท้าทายของผมในหนังเรื่องนี้เลย ที่ต้องแสดงเป็นคนอื่น  ผมไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อนเลย ก่อนหน้านี้ผมถ่ายหนังสารคดี เนชั่นแนลจิโอกราฟฟิค ทุกครั้งผมก็เป็นตัวผม ไม่เคยเป็นคนอื่น แต่นี่ผมต้องเป็นคนอื่น ต้องทำให้คนเชื่อด้วยความผมเป็นคนนั้นจริงๆ  แล้วรู้ไหม ใครช่วยผม  คุณพ่อศรราม เขาเป็นอาจารย์ของผมเลย  เวลาจะต้องแสดงอะไร เขากับคุณศรรามสอนผม ว่า แสดงยังไง ทุกครั้งที่ผมเข้าฉาก  เขาจะมาโค้ชให้


++นอกจากแสดงแล้ว คุณมีส่วนช่วยอะไรในหนังเรื่องนี้
ผมแค่ช่วยสิ่งที่มีคนขอให้ช่วย  ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องบิน ทุกครั้งที่มีเครื่องบินเข้าฉาก  คุณธนิตย์ก็จะถามผม อันนี้จริงมั้ย  คุณทอม นี่ถูกมั้ย  ผมก็จะบอกว่า อันนี้เป็นอย่างนี้

++พูดถึงคุณธนิตย์ ผู้กำกับฯหน่อย
คุณธนิตย์เขาเก่งมาก  ฉลาดมาก  อย่างใบพัดเครื่องบินผมจะบอก  คุณธนิตย์ข้างนั้นหมุนไม่ได้ ต้องหมุนข้างนี้  ผมว่า คุณธนิตย์เป็นคนที่ทำงานด้วยสนุกมาก เราสื่อสารกันยาก แต่เราสื่อสารกันเรื่องเครื่องบินได้ดีมาก 

++คุณทอมเคยดูหนังไทยไหม
เคย  ผมพอรู้ว่าหนังไทย มักมี 3 อย่าง  ผี ตลก แอ็คชั่น  ไม่ค่อยมีดราม่า  แต่คุณก็มีหนังดราม่าอยู่บ้าง   อย่างคู่กรรม  ที่ผมชอบ “รักสยามเท่าฟ้า” เพราะมันน่าจะเป็นดราม่า น่าประทับใจ ผมรู้ว่า ยากมากที่คนไทยจะชอบเรื่องนี้ได้อย่างหนังผี หนังตลก เพราะนี่เป็นหนังดราม่า ผมจึงคิดว่า คุณธนิตย์กำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ท้าทาย มันท้าทายพอๆ กับการบินครั้งแรก เพราะอะไรรู้ไหม  เพราะเขาทำหนังเรื่องนี้ได้ครั้งเดียว  เหมือนกับคุณบินครั้งแรกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น 

++พี่ปื้ดรู้จักคุณมาก่อนไหม 
ไม่  ผมเจอเขาครั้งแรกที่ฉากเลย   เขามองผมแล้ว เขากลัวผม ผมบอก เฮ้ เขาก็แนะนำนี่คุณธนิตย์ ผมเรียกเขาคุณธนิตย์ ทุกครั้งเขาจะกลัวผม ไม่อยากพูดด้วย
ผมโชคดีที่ได้ร่วมงานกับเขา หลายปีผ่านไป ผมเจอเขา เขาเรียก คุณทอมๆ แล้วเราก็นั่งข้างๆ กัน สวัสดี สบายดีมั้ย  สบายดี ทุกครั้งที่เจอเขาสนุกมาก ภาษาอังกฤษของเขายังเหมือนเดิมทุกครั้งที่เจอกัน แต่ผมพูดภาษาไทยได้มากขึ้น (หัวเราะ)

++ท้องฟ้าที่เห็นในหนังเรื่องนี้  เป็นภาพท้องฟ้าจริงๆ หรือ?
จริงซิ  ตอนที่ คุณเปีย ตากล้องที่บินขึ้นไปถ่ายกับผมบนฟ้า  เขาไปกับผมแค่ 2 คน ในเครื่องบิน  เขาเอากล้องไปถ่าย ฉากที่ผมบินควงสว่าง ตั้งฉากเครื่องบินแล้วก็ควง แล้วก็ได้ยินเสียงคุณเปียสั่งคัท  ผมก็หันไปดู  เขา...(หัวเราะ)  สำหรับผมไม่เป็นไร เพราะผมเป็นนักบิน ผมมองออกไปข้างนอก  แต่คุณเปียเขามองที่กล้อง เขาก็เห็นมันร่อน หมุน แล้วพอเราลงจอดที่สนามบินพัทยา  พอประตูเปิดคุณเปีย ลงไปอ้วกทันที (หัวเราะ)

ฉากที่ผมชอบมาก ที่อุ้มผางใกล้พม่า ผมเจอหุบเขาพอเราบินผ่านไป จะเจอทะเลสาบสวยมาก มองจากท้องฟ้าลงมาประเทศไทยของคุณ สวยมากๆ ผมจึงรักฉากบินมาก   เราถ่ายภาพต้นตาลคู่จริงๆ  น่ากลัวนิดหน่อย แต่ตื่นเต้นดี  เราบินจริงๆ แต่ใส่ซีจีเพิ่มลงไปเพราะเราบินด้วยเครื่องบินลำเดียว  มีตากล้องนั่งไปด้วย   เราบินไปใกล้ต้นไม้  ใกล้มากๆ  ถ่ายภาพโดยรอบ   แล้วค่อยทำซีจี ใส่ภาพเครื่องบิน 2 เครื่องลงไป   ให้บินผ่านต้นไม้  แต่เราบินขึ้นไปจริงๆ 

ท้องฟ้าของจริง คุณเปีย ตากล้อง ก็จะอาเจียนจริงๆ   ผมคิดว่า คุณเปียเป็นฮีโร่สำหรับซีนบนฟ้านะ เพราะผมบินเป็นปกติ  ไม่เป็นปัญหา แต่มันเป็นปัญหาสำหรับเขา เขามองกล้องมันยากมาก  เพราะเห็นกล้องหมุนไปตามปีกเครื่องบิน ผมรู้ว่า มันเป็นไง เพราะผมก็เคยถ่ายสารคดี  ผมเคยมองที่กล้องเวลาขับผาดโผน  มองได้ไม่กี่นาที จะอ้วกเอา มันไม่เหมือนกัน เวลาเรามองกล้อง กับมองออกไปข้างนอก คุณเปียจะอ้วก  ผมก็รู้ ว่า เขาไม่ไหวแล้ว ผมจะร่อนลง

แต่คุณรู้ไหม วันที่เราบินขึ้นไปเก็บภาพท้องฟ้า... เรามีแค่วันนั้นวันเดียว 
ทั้งเงิน ทั้งคน  เครื่องบิน อุปกรณ์กล้อง ทุกอย่างพร้อมเพื่อวันนั้นวันเดียว
แล้ววันนั้น god must love first flight  ถ้าวันนั้นไม่มีเมฆสวยๆ เราได้แต่ท้องฟ้าเปล่าๆ โล่งๆ  มันไม่เป็นแบ็คกราวน์ให้อะไรได้เลย   แต่พอคุณดูก้อนเมฆคุณจะรู้สึกได้ถึงอารมณ์ ความเป็นท้องฟ้า ไม่มีใครให้ท้องฟ้าแบบนั้นได้ ผมก็ทำไม่ได้ ไม่มีใครทำได้ พระเจ้าให้ก้อนเมฆสวยงามสมบูรณ์แบบมาก

 

เมื่อคุณมีความฝัน มันสำคัญมาก  ผมอยากบอกคนหนุ่มสาว  ไม่ใช่แค่คนไทย  แต่เด็กไฮสคูลทั่วโลก  เมื่อคุณมีความฝัน  อย่ากลัวที่จะทำ  มันสำคัญมาก อย่าปล่อยมันไป  ผมคิดว่า บางทีเด็กไทยขี้อาย ไม่เชื่อมั่น แล้วก็มีสีหน้าไม่มั่นใจ  แต่จำตัวละคร ดวง ที่ศรรามแสดงได้ไหม  เขาเป็นหนุ่มลูกทุ่ง ทำหน้าแบบเดียวกันเลย แต่เขากล้าจะเชื่อความฝัน เพราะเขาเป็นนักฝันแล้วลงมือทำ   งั้นถึงบอกว่า  ให้ระวังความฝันของคุณ เพราะมันมีพลังมาก  ถ้าคุณมีความฝัน  เชื่อมั่นมัน  นั่นเป็นเหตุผลที่ผมรักหนังเรื่องนี้

++ในฐานะที่เป็นฝรั่ง คุณจะบอกฝรั่งคนอื่นยังไง เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
ผมเดินทางไปมา 80 ประเทศทั่วโลก ผมเจอวัฒนธรรมแตกต่างกันมากมาย แต่ประเทศนี้มีความพิเศษมาก พวกคุณไม่รู้เพราะพวกคุณอยู่ที่นี่ เวลาผมไปที่อื่น ผมรู้สึกความแตกต่าง เมืองไทยนี่พิเศษมาก  ความสุภาพ ใส่ใจความรู้สึกคนอื่น จากส่วนลึก ถ้าเป็นคนอเมริกา ก็จะมองตะวันออก บ้าๆบอๆ เสียเวลาด้วยทำไม แต่คุณอยู่ที่นี่ คุณจะเข้าใจ  ความสุภาพ นุ่มนวลจากวัฒนธรรม  ผมนับถือมากๆ 

สำหรับผมในเอเชีย มี 2 ประเทศที่พิเศษสุด คือ จีน กับไทย  ทั้งสองเป็นประเทศที่ซื่อสัตย์  มีสุภาษิตเยอะ สุภาพถ่อมตัว  ซึ่งสำคัญมาก ผมคิดว่า ฝรั่งควรเรียนรู้อีกเยอะจากตะวันออก ตัวอย่าง พม่ามีรัฐบาลไม่ดี อเมริกันต้องการตัดขาดพม่าออกไป คว่ำบาตรไม่รับ ไม่นับพม่า แล้วดูเมืองไทยทำไง คนไทยพยายามเป็นเพื่อน พยายามช่วย เมื่อไรที่พม่าเปลี่ยนแปลง เมืองไทยพร้อมจะช่วย ผมชอบวิธีของเมืองไทยมากกว่า

ลองนึกถึงวิธีที่เมืองไทยทำกับอิรัก กับ อเมริกันทำกับอิรัก อเมริกาไปฆ่าคนแล้วยึดรัฐบาล แล้วตอนนี้ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ แต่บางทีถ้าเราอดทนสักนิด รอคอย และช่วยเหลือ การอดทนอาจเป็นทางที่ดีกว่า

สิ่งที่ผมหวังคือ คนตะวันตกที่อยากจะเรียนรู้ให้มากขึ้นเกี่ยวกับวิถีตะวันออก  คือ ถ้าเราทำหนังมันจะน่าสนใจกว่าที่จะได้เรียนรู้กัน  ในหนังเรื่องนี้ ฝรั่งจะได้เรียนรู้ คำว่า “ใจเย็นๆ” (หัวเราะ)

ผมเป็นฝรั่ง ผมรู้ว่า เราจัดการทุกอย่างแบบรวดเร็ว แต่ตอนนี้ผมได้เรียนรู้จากคนเอเชีย วิถีทางแบบเอเชีย ผมไม่สามารถบังคับให้พวกคุณทำหนังให้เสร็จ แต่ผมสามารถอดทน  และถ้าคุณต้องการให้ช่วย ผมจะช่วย ผมเรียนจากพวกคุณนั่นล่ะ และนี่เป็นสิ่งที่ผมจะเขียนลงไปในหนังสือผม

ตอนที่ “รักสยามเท่าฟ้า” ไปฉายที่ที่เมืองคานส์ คนถามผมเยอะแยะเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ผมบอกฝรั่งคนอื่น ว่า หนังเรื่องนี้เหมือนกุญแจสู่วิถีเอเชีย  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในหนัง “รักสยามเท่าฟ้า”  คือ “ควาย” ถ้าเป็นตะวันตก มันเกะกะ ขวางทาง เรายิงมันไปแล้ว แต่ในเอเชีย “อย่ายิง มันอยู่ที่นี่มาก่อน มันเป็นเพื่อนเรา” ประนีประนอมกว่ากันมาก สนุกมากนะ เรื่องประนีประนอม ไม่ใช่แค่เรื่องในเรื่องนะ แต่ระหว่างถ่ายทำผมก็เรียนรู้เรื่องประนีประนอมเยอะมาก
สิ่งที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ คนไทย  คนไทยสุภาพมาก อย่างพวกเราต้องทำหนังเรื่องนี้ให้จบ  แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา คนไทยรักษาทัศนะคติที่ดีได้ตลอดเวลา ก็จะมีคนบอกโอเค ไม่เป็นไร สัปดาห์หน้าคุยกันใหม่  (หัวเราะ)
 
++คุณมีกำหนดจะบินรอบโลกแล้ว ตอนนี้สำเร็จยัง
ยังเลย  รอหนังเรื่องนี้แหละ มีสุภาษิตอีกอัน journey is more important than destination การได้มีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้ สำหรับผมเป็น  big journey ได้เรียนรู้เยอะมาก 


รู้จักทอม เคลย์เตอร์ เพิ่มเติมที่   www.claytor.com
และ www.firstflightmovie.com


Date : 30/01/08