12 วันข้ามปี จากปาย…ถึงยอดดอยอินทนนท์
on Jan 15,2009 6 Comments[1,309 views]
หลังจากสอบถามข้อมูลจากห้อง BP ไปมากมาย
ในที่สุด ก็กลับมาอย่างมีความสุข
ถ่ายรูปเยอะมาก เพราะเวลาเหลือเฟือจริงๆ
เพิ่งรู้สึกว่านี่แหละ คือการเที่ยวจริง ๆ ไม่เหมือนทุกทีที่รีบซะเหลือเกิน
จนแทบมองไม่เห็นธรรมชาติรอบตัว
ทริปนี้เริ่มต้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2008
รุ่งสางที่สนามบินเชียงใหม่ รอรับเพื่อนกรุ๊ปแรก ที่จะมาร่วมเที่ยว
แสงแรกของเชียงใหม่สวยดีค่ะ

สองวันแรก เขาพาเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์มาก ๆ
เริ่มกันที่น้ำพุเดือด เดือดจริงๆ ซะด้วย

ร่มเงาไม้ใหญ่ ที่ห้วยน้ำดัง


ตกกลางคืน ก็ต้องถนนคนเดิน
ทัวร์ที่ไหน ๆ ก็ต้องพามาปล่อยที่นี่แหงๆ

ร้านไหน ๆ คนก็แน่น

มืดค่ำ ก็ไม่มีใครอยากนอนกันเนอะ

สะพานประวัติศาสตร์
มีหนูน้อยในชุดโดเรมอนมาเดินฝ่าแดดชมสะพานด้วย

จุดชมวิว กิ่วลม ฟ้าสวยชะมัด

เก้าอี้ที่ใคร ๆ ก็ไปแย่งกันนั่งถ่ายรูป

จบจากคณะทัวร์กลุ่มแรก แยกย้ายกันในเช้าวันที่ 29
ก่อนไปปักหลักที่เต้นท์หมายเลข 13
ณ พริบตา บูติก รีสอร์ท

ตื่นเช้าเปิดประตูเต้นท์มา ก็เห็นยังงี้แหละค่ะ

ดีใจมาก ๆ ที่ได้หนังสือเล่มนนี้มาจากถนนคนเดินในปาย
On The Way หนังสือรวมหลากหลายอารมณ์การเดินทางของหลายคน
อ่านแล้วอึ้ง ๆ เจอคำว่า “ความฝัน” กับ “ความเป็นจริง”
ที่เขียนไว้ในประเด็นโดน ๆ เยอะมาก


นอนอ่านหนังสือจบเล่ม ก็เย็นพอดี เดินมานั่งรอรถตู้รีสอร์ทพาไปส่งในเมือง
กะว่าจะไปเดินหาหนังสือแบบนี้อีกซักเล่มที่ถนนสายเดิม
ระหว่างรอ ก็เลยเก็บภาพพระอาทิตย์ตกที่ห้องอาหารของรีสอร์ทไปเรื่อยๆ
โรแมนติคจัง เสียดายไม่มีใครนั่งข้าง ๆ …


นั่งถ่ายรูปจนแสงหมด พระจันทร์ขึ้น

พอมืด ก็เริ่มหนาว ไม่ไหวล่ะ คงต้องหนี

ตื่นเช้ามาอีกที ก็มีแต่หมอกกับน้ำค้าง


เฮ้อ…ไม่อยากไปไหนเลย

สองวันสองคืน
Alone in Pai ผ่านไปรวดเร็วจริง ๆ
พิสูจน์ได้อย่างหนึ่งละว่า อยู่คนเดียว ก็มีความสุขได้…

เต้นท์กว้างมาก ๆค่ะ วางฟูกเต็ม ๆ คงได้ 4 ฟูก
แต่มาคนเดียวเขาเลยขอเก็บฟูกออกไป เหลือแค่ฟูกเดียวโดดๆ
ดีว่าขอผ้านวมกับหมอนไว้ กันเหงา
และแล้วก็เก็บของมานั่งจิบชา เขียนบันทึก ที่โต๊ะเดิม ตรงห้องอาหาร
นานมาก ๆ ที่ไมได้เขียนไดอารี่ ด้วยลายมือ…

เพื่อนกลุ่มที่ 2 เดินทางมารับวันที่ 31 ธันวาคม
คืนนี้มีคนร่วมนับถอยหลังด้วยแน่ ๆ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
“พริบตา” อยู่ฝั่งซ้ายของสะพานประวัติศาสตร์
แต่โฮมเสตย์ที่ เพื่อน ๆ มารับไปพัก ก็ไม่ได้ไปไหนไกลเลย
อยู่แค่ฝั่งตรงข้ามของ “พริบตา”นี่เอง

คนละฝั่ง…แล้วก็คนละวิว

เริ่มต้นบันทึกภาพหมอกสวย ๆ กับดอกบัวตองที่ยังหลงเหลืออยู่ริมรั้ว

1 มกราคม 2009
ลืมตาตื่นรับปีใหม่ กับเสียงไก่ขันที่ดังเจื้อยแจ้ว
ไก่ขันเสียงดังสุด ๆจนทุกคนต้องตื่นแต่เช้า
ซนจริง ๆ

เริ่มเข้าใจล่ะ ว่าทำไมต้อง “ปาย”

อีกฝั่งถนนของสะพานประวัติศาสตรฺ เป็นทุ่งนาแห้ง ๆ ที่ล้อมด้วยภูเขา
เช้า ๆ หมอกลงหนาจัดไม่แพ้ฟากโน้น
คณะนี้ เขาพาเราเข้าวัดค่ะ
ชื่อวัดท่าโป่ง ไหว้องค์พระมหามุณี (ผิดท้วงติงได้นะคะ ความจำไม่ค่อยดี)

มาปายทั้งที
เขาว่าไม่ถ่ายรูปที่นี่ ไม่ถึงปาย …

เอาซะหน่อยละกัน

คนนำเที่ยวพาไปแนะนำโฮมเสตย์อีกที่
ถึงกับอึ้ง …นี่ก็ “ปาย”ใช่ไหม

ไร่อุ๊ยตาคำปาย…ที่นี่เขาชวนมาใช้ชีวิต แบบ “ปาย” ค่ะ

มีบ้านฟาง บ้านดิน บ้านไม้ ให้เลือกกันได้ตามใจ
ตั้งใจไว้ว่าคราวหน้า จะขอมาลองใช้ชีวิตในบ้านฟาง

ชอบท้องฟ้าที่ปายมาก ๆ

เพื่อนบอกปายไม่เห็นมีอะไร
แต่กลับมาปายรอบนี้ เราเห็นอะไรมากมายใน “ปาย”
และหลงรักที่นี่ไปซะแล้ว

แล้วก็ถึงเวลาออกจากปาย
มุ่งหน้าไปแม่ฮ่องสอน

แวะที่ตำหนักปางตอง
ชมดอกไม้ กล้วยไม้ และโครงการในพระราชดำริ

ฝูงแกะ ในทุ่งหญ้า บริเวณพระราชตำหนักปางตอง

ดอกบ๊วยที่ตำหนัก กำลังบานสะพรั่ง

แวะศูนย์ไผ่ศึกษา
ก่อนไปซื้อไวน์มะขามป้อม กับชาหอม ๆ ที่บ้านรักไทย

ได้เวลา เข้าที่พักที่ใหม่
โฮมเสตย์ กับชาวไทยใหญ่ ที่บ้านป่าปุ๊ แม่ฮ่องสอน


ไปถึงก็มืดพอดี ดาวเต็มฟ้าจนต้องเอาถุงนอนมานอนนอกระเบียงนับดาว

เสียดายค่ะ ภาพยามดึกดื่น เก็บมาฝากไมได้
แต่เอาบรรยากาศยามเช้ามาให้ดูแทน

ทุ่งนากว้าง ภูเขาล้อมรอบ หมอกหนาจัด
เช้า ๆมีนกกระยางบินมากินน้ำ แต่พอเข้าใกล้ ก็บินหนีไป…

ชานเรือนกว้าง หมอกเย็นชื่นใจ

บ้านพักที่ป่าปุ๊ ที่ที่…บอกไป ก็ไม่มีใครรู้จัก
สงบ สวย ใส ไร้มลพิษ

ฝาผนังรอบบ้าน ประดับด้วย “รูปที่มีทุกบ้าน”

ยังเช้าอยู่ เลยออกไปนั่งรถจี๊ป วนรอบหมู่บ้านกันเล่น ๆ

อยู่ได้ไม่ทันไร…
แล้วก็ถึงเวลาต้องออกเดินทางอีกแล้ว
ขึ้นดอยสูง ที่แม่ลาน้อย

ไม่หนาวจัด แต่ดาวสวยเหมือนเดิม
คงเพราะยิ่งสูง ยิ่งใกล้ท้องฟ้า
มองไปที่ยอดเขามีแต่หมอกขาว
รุ่งเช้า วิ่งขึ้นหมู่บ้านที่เขาว่ากันว่ามีชื่อที่สุดเรื่องของกาแฟ และผ้าทอขนแก

ไปนั่งชิมกาแฟ บ้านที่ส่งเมล็ดกาแฟสด อาราบิก้า ส่งสตาร์บั๊ค
กาแฟหอมมาก…ลองไปสองแก้วแล้ว หายหนาวและสดชื่นสุดๆ

วิวตอนนั่งรถ แดดจ้ามาก ๆ

แล้วค่ำคืน ที่ดอยอินทนนท์ ก็มาถึง
ยิ่งสูงยิ่งหนาว นี่พิสูจน์แล้วปรากฏว่าจริงค่ะ

หนาวจนสั่นเลยล่ะ แต่บ้านพักสวยจริง ๆ
บันทึกวันสุดท้ายบนยอดดอยอินทนนท์
ก่อนกลับสู่การใช้ชีวิต 2 วันสุดท้ายที่เหลือของทริปในตัวเมืองเชียงใหม่
5 มกราคม 2009
แสงแรกของรุ่งเช้าบนดอยอินทนนท์ สวยสุด ๆ

หลังจากรอคอยมา 10 วัน
ก็ได้เห็นพระอาทิตย์ในรุ่งเช้าที่ไม่มีหมอกจนได้

เชื่อไหมคะ ว่าก่อนนอนเมื่อคืน
ยังนั่งบ่นกับเพื่อน ๆว่า สงสัยจะไมได้ภาพพระอาทิตย์ขึ้นแหง ๆ
เพราะตื่นมากี่เช้า ก็เจอแต่หมอกหนา ๆ ขาว ๆ
แต่เช้านี้…มีแสงส้ม ๆ มารอตั้งแต่ลืมตาตื่น
ออกมานั่งมองคนเดียวเหมือนเดิม
เพราะรอเพื่อน ๆ กลัวอาทิตย์สีส้มจะหนีไปซะก่อน
ต้องปีนอ้อมเนินเขาหลังบ้านขึ้นไป ให้ได้มุมสวยที่สุด

ลัดเลาะไปมา เพิ่งรู้ตัวว่าหลงอยู่ในสวนดอกไม้งาม ที่ชื่อ สวน 80 พรรษา
เริ่มต้นเก็บภาพ…
ดอกไม้บานรับน้ำค้างในสวน 80 พรรษา ที่ดอยอินทนนท์ค่ะ

ม่วงจัด

ชมพูขาวนวล

หาชื่อไม่เจอ ไม่รู้ซักดอกเลยค่ะว่าชื่ออะไร

รู้แต่ว่า….
สวย…

เนอะ..

เช้าจัด ประตูหน้าเขายังไม่เปิด หาทางออกไม่เจอ
ปีนเข้ามาทางไหน ก็ต้องหาทางปีนกลับทางเดิม
ผ่านดอกไม้สารพัน อีกรอบ

กลับมาเจอแสงกำลังสวย ที่หน้าบ้าน
ชมพูสะพรั่งมาก ๆ

ชมพู กับ ฟ้า ตัดกันสวยงาม

ยิ่งสาย แดดยิ่งทำให้สวย
นี่หรือ…ซากุระ หรือ พญาเสือโคร่ง ที่เขาเล่าขาน
ช่างสวยงามสมคำร่ำลือ

ต้นบ๊วย ที่สมเด็จพระเทพ ฯ ทรงปลูกไว้
ออกดอกมาเป็นกุหลาบค่ะ ?
ล้อเล่น
จริงๆ คือ กุหลาบออกดอกพันไปกับต้นบ๊วยที่ทรงปลูก
ถามแล้วไม่มีใครตอบว่า ท่านทรงดำริให้ปลูกคู่กัน
หรือมีใครเอามาพันเกีย่วไว้กันแน่ แต่สวยแปลกดีจังค่ะ

ใกล้หมดเวลาเที่ยว
แวะไหว้พระธาตุเจ้าศรีจอมทอง เป็นศิริมงคลในปีใหม่

ใช้ชิวิตสองคืนสุดท้ายในเชียงใหม่
หลังจากส่งเพื่อนกลุ่มที่ 2 ขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพเรียบร้อย
ลังเลนิดหน่อย เพราะมีแต่คนโน้มน้าวให้กลับกรุงเทพ
แต่…ก็ใจมันไม่กลับ
ในที่สุดก็ตัดสินใจเรื่อยเปื่อย รอเพื่อนกลุ่มที่ 3 ในเมืองเชียงใหม่
เดินเล่นจิบกาแฟ…
นั่งอ่านหนังสือที่ร้านวาวี ริมปิง
บรรยากาศสงบ
ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยซักรูป…
เจอะเจอเพื่อนกลุ่มสุดท้าย ที่ ธาตุคำวิลเลจ

ก่อนตีรถออกจากเชียงใหม่ 7 มกราคม 2009
กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง…กรุงเทพมหานคร
ทริป 12 วันนี้ เต็มอิ่มมาก ๆ
ทำให้รู้ว่า ถ้ามีเวลา…เวลาจะทำให้เรารู้จัก และมองเห็นที่ ที่เราไป…
มากกว่าที่ใคร ๆ แนะนำไว้มากมาย

เป็นทริปที่มีความสุขทุกวันจริง ๆค่ะ ไม่เว้นแม้แต่วันที่อยู่คนเดียว…



สวยมากเลยค่ะ อยากไปจังเลย
ปีนี้ตั้งใจไว้แล้ว แต่ไปไม่ถึง
ไปถึงแค่น้ำหนาวเองค่ะ
แต่ก็ใกล้เข้าไปทุกทีแล้วค่ะ
ปีหน้าต้องไปให้ถึงค่ะ..^__^
ไปมาแล้วกับแฟน อบอุ่น มีความสุขทุกวัน
สวยมากครับ
ไปมาแล้วแต่ความสวยงามยังฝังใจอยู่เลยครับ
ชอบจังเลย..อยากไปมากๆเลยค่ะ.
สถานที่ น่าเที่ยวมากเลย อยากไป “ปาย” จังเลย
ถ้ามีโอกาสอยากไปสักครั้ง
ขอบคุณสำหรับรูปภาพสวยๆ ที่เก็บมาฝาก
น่าเที่ยวจังเลยค่ะ รูปสวยมาก ๆ
อยากไปแบบนี้บ้างจังเลยค่ะ
ขอบคุณที่นำบรรยากาศดี ๆ แบบนี้มาฝากนะคะ