เราจะข้ามเวลามาพบกัน
on Apr 1,2008 31 Comments[2,127 views]

…โชคชะตาเป็นผู้กำหนดให้ “คู่แท้” สองคนต้องมาพบกัน……
เรา “ต้อง”ได้พบคนๆนั้นแน่ แต่เราเลือกที่จะทำอะไร อย่างไร
หลังจากที่พบกันแล้ว สุดแท้แต่ใจเรา สุดแท้แต่เราเลือกเดิน…
…เราอาจจะไม่ได้ลงเอยที่การแต่งงานกับเนื้อคู่ซึ่งผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้นที่สุดก็เป็นได้
บางทีคู่แท้ของเราอาจจะมีมากกว่าหนึ่งคน เนื่องเพราะครอบครัวแห่งดวงวิญญาณ
Soul families ของเราเดินทางมาด้วยกัน เราอาจจะเลือกแต่งงานกับคู่แท้ที่ผูกพันกันน้อยกว่า
คนที่มีบางอย่างซึ่งพิเศษที่จะสอนเราหรือเรียนรู้จากเรา …
…หรือความผูกพันที่แน่นแฟ้นที่สุด มั่นคงที่สุดของเราอาจจะผูกพันกับเนื้อคู่ซึ่งเขา
และเธอยังไม่ได้จุติมาเกิดตามเราในชาตินี้ แต่คอยดูแลเรา คุ้มครองเราจากอีกฝั่งฟากหนึ่ง
เหมือนกับเป็นเทวดา/นางฟ้าผู้พิทักษ์เราอยู่นั่นเอง…”
การได้พบกันของคนสองคนไม่ใช่”ความบังเอิญ” หากเป็นเรื่องของ”โชคชะตา”
มนุษย์ไม่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตตัวเองเพราะชีวิตเราถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วย โชคชะตาจริงหรือ?
ฉันและพี่โจ มณฑานี เคยคุยกันเกี่ยวกับคำถามนี้กันมาตลอดระยะเวลาแห่งความทุกข์ทรมาน
เราไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมเราจะต้องผูกพันกับใครบางคนเสียนักหนา
ทั้งที่ใครคนนั้นดูเหมือนจะผ่านเข้าในชีวิตเรา…เพียงเพื่อจะจากไปเท่านั้น
เราไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเราต้องรักเขา…ทุ่มเทให้เขามากมายอย่างนี้ ในเมื่อรักแล้ว….
ก็ต้องมีชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดอย่างที่เป็นอยู่โดยไม่มีทางหลุดพ้น
เพราะโชคชะตาเท่านั้นเองล่ะหรือ คนเราจึงต้องมาพบกัน เกื้อกูลกัน ทำร้ายกัน
เพราะพรหมลิขิตกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าเท่านั้นเองใช่ไหม เราจึงไม่อาจหลบพ้นจากใครบางคนที่มีความหมายต่อเรา
แม้จะจะมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะพลัดพรากจากกันไป
ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่าวันหนึ่งเธอจะสามารถค้นพบกุญแจที่ไขคำตอบทุกอย่างให้กับเราได้
ความบังเอิญที่ไม่มีใครนึกถึง ทำให้เราสองคนได้เข้าใจในสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจ
หนังสือเพียงเล่มเดียวที่ถูกค้นพบในต่างแดน จากมุมลับตาของร้านหนังสือเล็กๆร้านหนึ่ง
กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ไขคำตอบให้กับสิ่งที่เราเฝ้าครุ่นคิดกันมาตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน
ในที่สุดเธอก็ค้นพบแล้วว่าความเชื่อมั่นในรักแท้ เรื่องราวการค้นหาคนที่เกิดมาเพื่อกันและกัน
มิใช่ความเชื่อมั่นที่ไร้ค่า เพราะตัวอย่างของเรื่องราวมีให้เห็นอยู่ในหนังสือเล่มนี้
และตัวเอกทั้งคู่ในหนังสือเป็นมนุษย์ปุถุชนอย่างเราๆที่มีตัวตนอยู่จริง และเรื่องราวของเขาและเธอเป็นเรื่องจริง
คำโปรยบนปกหนังสือที่ชื่อ Only Love is Real สะดุดความรู้สึกเธออย่างรุนแรง
เพราะมันคือเรื่องราวของคู่แท้ที่กลับมาพบกันอีกครั้ง มันคือคำตอบที่เราค้นหามานานนักหนาว่า
ทำไมเราต้องพบและผูกพันกับคนบางคนอย่างมากมาย เพื่อจะพลัดพรากจากกันไป?
“…เราอาจถูกปลุกให้จำคู่แท้ของเราได้ ด้วยการเห็นหน้าแล้วจำได้
ด้วยการหลับแล้วฝันถึงด้วยความทรงจำ หรือด้วยความรู้สึกที่วูบขึ้นมา บางทีเราอาจจะจำคนๆนั้นได้ด้วยสัมผัส
เวลาเขาแตะมือเรา หรือเวลาที่เธอเงยหน้าขึ้นจุมพิต
…สัมผัสที่ทำให้จำกันได้อาจจะมาจากสัมผัสของลูกรัก ของพ่อแม่ ของพี่น้อง หรือของเพื่อนตายก็ได้
หรืออาจจะมาจากคนผู้เป็นที่รักซึ่งข้ามชาติภพหลายศตวรรษมาเจอกัน
เพื่อจะได้จูบเราอีกครั้งเป็นการเตือนให้เรารู้ว่าเราสองคนจะอยู่ร่วมทุกชาติจนกว่าชั่วฟ้าดินสลาย…”
ทุกเรื่องราว ทุกถ้อยคำ ทุกแนวความคิดที่ ดร.ไบรอัน แอล.ไวส์ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานแผนกจิตเวช
โรงพยาบาลเมาท์ไซไน รัฐไมอามี่ ถ่ายทอดไว้ในหนังสือเล่มนี้คือคำตอบของสิ่งที่เราครุ่นคิดมาตลอด
การเดินทางข้ามเวลานับศตวรรษกลับมาพบกันของเอลิซาเบธและเปโดร หนุ่มสาวผู้ไม่เคยรู้จักกัน
ไม่เคยเห็นหน้ากัน และมีชีวิตอยู่คนละประเทศ คนละวัฒนธรรม หากโชคชะตากลับทำให้เขาได้มาพบกัน
และได้ร่วมชีวิตกันอีกครั้งในชาตินี้ ด้วยการบำบัดทางจิต Phychotherapy โดยใช้วิธีสะกดจิตเพื่อย้อนอดีตชาติ
ดร.ไวส์ เป็นคนแรกที่ค้นพบว่าในหลายๆชาติภพที่ผ่านมา เขาทั้งสองเคยได้พบ
ได้รักและพลัดพรากจากกันมาไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ ดร.ไวส์ รู้ว่าคนทั้งคู่กำลังค้นหากันและกัน
แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือให้ทั้งคู่จำกันได้
ความพยายามของ ดร.ไวส์ ไม่อาจเอาชนะพรหมลิขิตที่ขีดเส้นชีวิตของคนทั้งสองไว้
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ต้องดำเนินไปตามกระแสแห่งโชคชะตา พี่สาวไม่เคยแปลหนังสือเป็นเล่มมาก่อน
แต่หนังสือเล่มนี้มีค่าสำหรับเธออย่างยิ่ง โดยเฉพาะในวันเวลาที่มืดมนไร้คำตอบต่อการดำรงชีวิตอยู่
และไม่เคยหาเหตุผลได้ ว่าทำไมเราจึงต้องเดินเข้าสู่กับดักของเรื่องราวมากมายทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจอยากให้มันเป็นไป?
วันนี้เธอได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญทุกเรื่องราวใต้หล้าล้วนมีเหตุและผล
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาสู่ชีวิตเราล้วนถูกกำหนดไว้แล้วทั้งสิ้น
“…คนเราทุกคนย่อมมี เนื้อคู่ ของตัวเองทั้งสิ้น และมักจะมีถึงสอง สาม
หรือแม้กระทั่งสี่คนในช่วงชีวิตหนึ่ง พวกเขามาจากหลายยุคสมัย เดินทางข้ามมหาสมุทรแห่งกาลเวลา
พ้นความลึกสุดหยั่งของมิติสวรรค์เพื่อจะได้มาอยู่ร่วมกับคุณอีกครั้ง
…ชาตินี้เขาอาจจะมีรูปลักษณ์หน้าตาไม่เหมือนเดิม แต่คุณจะรู้จักเขาด้วย
หัวใจว่าคนนี้แหละ ใช่ …สมองของคุณอาจรั้งรอ ฉันไม่รู้จักเธอ แต่หัวใจคุณสิ รู้
…แต่เขาอาจจำคุณไม่ได้ แม้ว่าคุณจะได้พบกับเขาอีกครั้ง แม้ว่าคุณจะรู้จักและจำเขาได้ก็ตาม
ตัวคุณรับรู้แล้วว่าเขาเคยผูกพันกับคุณมาก่อน คุณมองเห็นความเป็นไปได้ เห็นอนาคต แต่เขาไม่เห็น
..ความกลัวของเขา สติของเขา หรือปัญหาของเขาเป็นม่านบังดวงตาแห่งหัวใจของเขาจนหมด
เขาไม่ยอมให้คุณช่วยเปิดม่านนั้นขึ้น …คุณคร่ำครวญ โศกเศร้า ร้าวราน ส่วนเขาก็มีชีวิตของเขาต่อไป…”
บางครั้งพรหมลิขิตก็ละเอียดอ่อนเสียเหลือล้ำ สายใยแห่งชีวิตโยงใยให้คนสองคนได้กลับมาพบกัน
ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางเดียวกัน แต่กลับไม่เปิดทางสว่างให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างมีความสุขง่ายๆ
หากใครคนหนึ่งสัมผัสได้ถึงความผูกพันอันลึกซึ้ง…แต่ใครอีกคนหนึ่งกลับปฏิเสธ
การเดินทางข้ามเวลาเพื่อกลับมาพบกันครั้งนี้จะมีประโยชน์อะไร…
นอกจากจะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานให้กับคนที่ต้องกลายเป็นฝ่ายรอคอย
“…คู่แท้ที่จำกันได้อาจจะเกิดแค่เบาบางและอาจจะช้ามาก ราวอรุณรุ่งแห่งความรู้แจ้ง
เมื่อม่านบังตาค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ ไม่ใช่ทุกคู่ทุกคนที่เห็นแล้วก็รู้ได้ในทันที
มันต้องใช้เวลา และต้องใช้ความอดทนที่จะรอสำหรับฝ่ายที่เห็นมันได้ก่อน
…การเลือกทำอย่างหนึ่งอย่างใด หรือไม่ทำเลยขึ้นอยู่กับจิตใจอิสระของคนทั้งคู่เท่านั้น
เขาเลือกกันเอง คู่ที่ตื่นน้อยอาจเลือกตัดสินใจตามสมองบัญชาจากความกลัวหรืออคติ
…แล้วโชคร้ายนักที่การตัดสินใจเยี่ยงนี้มักจบลงด้วยหัวใจที่แหลกสลาย…”
พุทธศาสนาสอนให้เราเชื่อในเรื่องกฏแห่งกรรม คนทุกคนมีกรรมที่ตนเป็นผู้ก่อ
…และมีผลแห่งกรรมที่ตนจะต้องเป็นผู้รับ
สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันล้วนแล้วแต่เป็นผลที่เกิดขึ้นจากอดีต…จากสิ่งที่เราเคยก่อขึ้น
” …บางครั้งคู่แท้ของเราก็ตอบสนองและยังว่างรอเราอยู่…แต่เราอยู่กับเขาหรือเธอแล้วทุกข์…
หลายครั้งที่คนเป็นเนื้อคู่อาจตัดสินใจไม่ลงเอยที่การแต่งงานกัน ทั้งที่เกิดตามกันแล้วในชาตินี้
…ทั้งสองคนได้พบเจอกัน อยู่ด้วยกันจนภารกิจในการพบเจอกันเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว
ดังนั้นจึงแยกทางไปมีชีวิตใหม่ กำหนดการของพวกเขา แผนที่จะเรียนรู้บทเรียนชีวิตของพวกเขา
ตลอดทั้งชีวิตแตกต่างกัน จึงไม่อยากหรือไม่จำเป็นจะต้องผูกชีวิตทั้งชีวิตไว้ด้วยกัน
…นี่ไม่ใช่โศกนาฏกรรมเป็นเพียงเรื่องของการเรียนรู้เท่านั้น เราร่วมมีชีวิตชั่วอนันตกาล
หากแต่บางคราวเราจำต้องแยกชั้นเรียนชีวิตคนละวิชา…”
มันไม่ใช่โศกนาฏกรรม แต่เป็นเพียงการเรียนรู้เท่านั้น นี่คือสิ่งที่ต้องเกิด…และจำเป็นต้องเกิดขึ้น
มันไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล…ไม่มีเงื่อนไข…ไม่ใช่การพบกันเพื่อความว่างเปล่า
หากทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นอย่างมีวัตถุประสงค์ในตัวของมันเอง
“…Soul Relationship หรือ สายสัมพันธ์ทางวิญญาณ ก็เหมือนกับต้นไม้ใหญ่
ที่มีใบนับพันๆใบ ประดาใบที่อยู่บนก้านเดียวกันกับเราจะใกล้ชิดผูกพันกับเรามากที่สุด
เราอาจจะแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์ทางดวงวิญญาณในหมู่พวกเราได้…
เราอาจจะเคยพบดวงวิญญาณอื่นที่อยู่ไกลจากเรา แต่อยู่ลำต้นเดียวกันมาแล้ว
ในชาติภพก่อนๆก็ได้ คนเหล่านั้นอาจจะมามีสัมพันธ์กับเราหลากหลายรูปแบบ
การที่เขาเข้ามาในชีวิตเราอาจจะสั้นมาก…แต่การได้รู้จักคนๆนั้นอาจช่วยเราหรือช่วยเขา
หรือกระทั่งช่วยทั้งสองคนให้เรียนรู้อะไรในชีวิตก็ได้
…ความสัมพันธ์ระหว่างเรามิอาจวัดด้วยกาลเวลาว่าพบกันยาวนานเพียงไร
หากแต่วัดกันด้วยบทเรียนที่เราได้รับจากการพบกันว่าเป็นเช่นไรต่างหาก…”
มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาอย่างมี Purpose of Life หรือ วัตถุประสงค์ของชีวิต
สิ่งที่เราต้องพบและต้องกระทำล้วนสืบเนื่องและเกี่ยวพันกับวัตถุประสงค์ที่ถูกกำหนดไว้แล้วนั้น
ทุกคนมีภารกิจของตัวเองที่จะต้องกระทำให้เสร็จสิ้นในชาติภพที่ตัวเองเกิดมา
โชคชะตาได้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้โดยที่เราไม่มีทางหลีกเลี่ยง
เปโดรเคยรักและพลัดพรากจากเอลิซาเบธมาหลายชาติหลายภพ บางชาติทั้งสองเกิดเป็นพ่อลูกกัน
บางชาติเป็นพี่น้องกัน บางชาติเป็นคู่รักกัน ทั้งสองผูกพันกันแนบแน่น
หากก็ยังมีคนอื่นที่ผูกพันกับชีวิตและได้อยู่ร่วมกันยาวนานกว่า
นี่อาจเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าคู่แท้ไม่จำเป็นต้องเกิดเพื่อเป็นคู่รักกันทุกชาติทุกภพ
ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันตลอดกาลนาน หรือบางทีอาจไม่จำเป็นต้องพบกันเลยก็ได้ในบางชาติ
พรหมลิขิตจะทำงานด้วยตนเอง โดยไม่ต้องให้มนุษย์ไปคอยกระตุ้น
เพราะทุกอย่างล้วนถูกขีดเส้นไว้แล้ว เช่นเดียวกับเรื่องราวของเปโดรและเอลิซาเบธ
แม้ดร.ไวส์จะพยายามช่วยให้ทั้งสองได้พบกันอย่างไรก็ไร้ผล
หากมันยังไม่ถึงเวลาและยังไม่ใช่สถานที่ที่โชคชะตาได้กำหนดเอาไว้
ทุกอย่างคือ Destiny ชะตากรรมยิ่งใหญ่ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ชั่วนิรันดร์
“…รักคือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก รักเติบโตและผลิบานได้ แม้ในคืนที่หนาวเยือก
กลางสถานภาพที่โหดร้ายที่สุด รักเกิดได้ในทุกหนแห่ง และทุกเวลา ..รักคือดอกไม้ซึ่งผลิได้ไม่เลือกฤดูกาล…”
เราไม่มีสิทธิ์เลือกรับหรือปฏิเสธใครที่ก้าวผ่านเข้ามาในชีวิต
และเราก็ไม่มีทางที่จะรู้ล่วงหน้าเลยว่าการที่ใครซักคนก้าวเข้ามาในชีวิตเรา
จะมีผลกระทบให้ชีวิตเราทุกข์หรือสุขมากน้อยเพียงใดในอนาคต
สายสัมพันธ์ทางวิญญาณโยงใยให้เราต้องพบ ต้องรู้จักกับใครต่อใครในหลากหลายรูปแบบ
แม้จะมีความสัมพันธ์ต่อกันเพียงระยะเวลาสั้นๆ และอาจไม่ได้พบเจอกันอีกแล้วตลอดชาตินี้
หากเราและคนๆนั้นก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเวทีชีวิตแห่งพรหมลิขิตไปแล้วอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
การพบกันของเรามีจุดประสงค์ การจากกันของเราก็มีจุดประสงค์
อย่างน้อยแค่เราได้รู้ว่าการพบกันของเราไม่ได้ไร้ความหมาย
หากเป็นการพบกันที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อชีวิตของกันและกัน มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือ?
ตลอดเวลาที่เราคบกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราทำอะไรหลายอย่างให้กันและกันมา
มากมายเกินกว่าที่จะเป็นแค่คนรู้จักที่ผ่านมาและผ่านไป
และนี่เองที่เป็นคำตอบของคำถามมากมายที่ว่า…ทำไมเราต้องพบกัน…ทำไมเราต้องรักกัน…
ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะมันคือภารกิจแห่งชีวิตน่ะสิ! ไม่ว่าการพบกันครั้งนี้มันจะลงเอยอย่างไร
เราก็จำเป็นจะต้องพบกัน…อยู่ร่วมกัน จนกว่าภารกิจนั้นจะจบสิ้นลงและเมื่อเวลาสำหรับเราหมดลง
การจากพรากก็ย่อมเกิดขึ้น บางทีเราอาจเป็นเพียง Soul Companion
ที่เกิดมาเพื่อทำหน้าที่บางอย่างให้แก่กันเท่านั้นก็ได้
Related posts
- หรือความรักจะเป็นเพียงอุบัติเหตุแห่งชีวิต
- จับอิดนึ้ง-ยอดขุนโจร
- The Little Prince by Antoine de Saint Exupery

ไม่มีคำว่าบังเอิญ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่นั้นเค้าขีดมันไว้แล้วตั่งหาก พรหมลิขิตจะทำงานเมื่อเวลานั้นมาถึง^^
เราก็อยากจะเจอคนที่ว่านั้นบ้าง
….อยากรุ้ว่า เรารักกันมากขนาดไหน
เราผ่านและเจบกับเรื่องรัก มาเยอะจิงๆ
เจบและเหนื่อยจนท้อบ้าง
แต่ก้อไม่เคยหยุดที่จะรัก
ยังเชื่อในรักเเท้อยู่เต็มหัวใจจริงๆนะ
ไม่เคยมองว่าเลวร้าย
เรายังเชื่อในความรักอยู่
ตอนนี้ก้ออธิฐานขอให้ได้เจอกับ คนที่ว่า คนที่เปนเนื้อคู่เรา
จริงๆ…
แล้วจะบอกเขาว่า เรารอคุนมานานแล้ว ดีใจที่ได้เจอคุน
ฉันเชื่อว่า
ทุกเรื่องราวที่ผ่านมา
ผู้คนเป็นร้อยเป็นพันที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญ
หากแต่เป็นเรื่องราวของชะตาที่ถูกขีดเอาไว้แล้ว
เพิ่งสูญเสียคนที่รักไป จากโรคลูคีเมีย การลาจากแบบนี้มันเจ็บปวดและทรมานมากเหลือเกิน พอได้มาอ่านบทความนี้ก็ทำให้รู้สึกได้ว่าเบื้องบนได้ขีดมาให้เราได้พบเจอกันในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเค้า ช่วงเวลาที่มีกันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด นึกถึงทีไรก็ยิ้มได้ ถึงแม้วันนี้ไม่มีเค้าแล้ว แต่ความทรงจำดีดีที่มีร่วมกันจะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ…พี่จ๋า ..รักพี่มากนะ ..หลับให้สบายนะคะ
“ครั้นถึงคราอรุณรุ่งแห่งความรู้แจ้ง เมื่อม่านบังตาค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ”
—————————————————————
ผมได้พบเธอแล้ว จากแรกสบตากัน…ผมจำเธอได้ จากความรู้สึก
ที่คุ้นเคย…ผมรู้จักเธอ และทักเธอออกไปตามความตรงของนิสัย
จากนั้นเราได้เรียนรู้กันและกัน…มันทำให้ผมมันใจกับคำว่า…
……คู่แท้ที่จำกันได้…มีจริง……
หากแต่เราต่างก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบแล้ว จึงได้แค่เพียงรัก
และดูแลกันตามสมควร…ตามเส้นที่เราต่างสร้างกั้นกันและกัน
มิให้ละเมิด และทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อนใจ…
…..เท่านี้ ก็เป็นความสุข ของเราทั้งคู่……
ภารกิจของผมจบสิ้น ผมได้เรียนรู้แล้ว “รักแท้…มีจริง”
THe SoULmATe
ความรักที่ใครหลายๆคนเฝ้ารอคอยและตามหา แท้จริงแล้ว ไม่ต้องวิ่งตามหาเลย เพราะเบื้องบน กำหนดไว้หมดแล้ว ว่าแต่ละคนต้องมีทางเดินของชีวิตและความรักอย่างไร ปัญหาชีวิต คือ บทเรียน และบทดสอบ ความเข้มแข็งของจิตใจ
ความรักของฉันนั้ง มันไม่ได้สมหวังตามที่ฉันคิดฉันรักเค้าเพียงข้าง
เดียว ทุกวันนี้ฉัน ตอนที่ฉันเจอเค้าครั้งแรกฉันมีความรู้สึกแปลกๆๆๆเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อนตอนนี้เวลาผ่านไป 3 ปี แล้วฉันก็ยังลืมเค้าไม่ได้ไม่รู้ทำไม
พอคิดถึงน้ำตามันก็ไหลจนหัวใจแทบจะละลาย 3ปียังไม่ลืม แล้วกี่ปีถึงจะลืม ทุกวันนี้ฉันพยายามจะลืมแต่ทำไม่ได้เลยจิง
รูปแบบของความเจ็บปวดนั้นมันช่างหลากหลายเหลือเกืน
บางคนได้เพียงพบแล้วจาก
บางคนดูเหมือนความรักนั้นเปนไปไม่ได้เลย
สำหรับฉัน..ฉันเฝ้ารอคอยให้พรหมลิขิตเดินผ่านมาแล้วมองเห็นฉัน
บ้าง..แล้วรับรู้ถึงการเฝ้าคอยของฉัน..และตอบรับสิ่งที่ฉันเฝ้า
อธิฐานทุกวันตลอดมา…..
ครั้งแรกที่เจอ กับความรู้สึก สนิทสนม ค้นเคย ของคนแปลกหน้าสองคน อะไรบางอย่างที่วิ่งจากผัสสะแรกเข้าสู่หัวใจ แต่สุดท้ายมันก็เป็นการพบเพื่อจาก เพียงเพราะใครบางคนตัดสินใจด้วยเหตุผล มิใช่ หัวใจ
นิยามของความรัก ไร้ซึ้งนิยามไร้ซึ้งขอบเขตไร้ซึ้งชะตาลิขิตไร้ซึ้งความบังเอิญไร้ซึ้งการกำหนดความรักคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นด้วยจิตใจ ไม่มีเหตุผลใดที่จะมาเกี่ยวข้องได้เลย
อยากรู้ว่า…นานมาแล้วที่เรารักกัน…ความรักวันนั้นจะมากเท่าทุกวันนี้หรือเปล่า…
ครั้งแรกที่เราเจอกัน
ฉันมั่นใจว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น แค่ได้สบตาเธอ
ไม่รู้เธอคิดเหมือนกันหรือเปล่า
พอถึงวันนี้…ฉันรู้แล้วว่าความรักไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน
ฉันก็รักเธอได้
และไม่เคยคิดจะเลิกรักเธอเลย
เมื่อฉันได้มาอ่านเรื่องนี้
มันทำให้ฉันมีความหวังที่จะรัก
และทำไห้ฉันรู้ว่า.
..ในโลกนี้…ไม่ได้มีฉันเพียงคนเดียวที่ต้องผิดหวังกับคำว่ารัก
ยังมีคนอีกมากมายที่เป็นเหมือนฉัน
แต่ถึงจะยังไง
ฉันก็ยังอยากจะมีรัก
และฉัน…ก็จะรอรักแท้ต่อไป…
แม้ฉันจะรู้ว่า…ฉันคงไม่มีวันได้พบมัน
หนังสือเล่มนี้เราอ่านมาตั้งนานแล้ว
เมื่อก่อนนี้ไม่เคยเชื่อเลยว่าคู่แท้จะมีจิงกับเรา เพราะว่าไม่เคยโชคดีแบบนั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้เจอกับคนที่เราเห็นเพียงรูปภาพ ก้อรู้สึกผูกพันกับเค้าอย่างประหลาด บางครั้งคำว่าคู่แท้ ก้อเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัว ระหว่างเราแตกต่างกันในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเรื่องหน้าตา ฐานะทางสังคม แต่ทำไมอะไรที่ทำให้เรา 2 คนยอมที่จะฟันผ่าอุปสรรคทุกอย่างไป ตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน เรา 2 คนคิดว่าเราเป็นของกันและกันมาโดยตลอด ชีวิตนี้เราสองคนแม้ความตายก้อไม่อาจพรากความรักที่เรามีต่อกันได้ มีใครบ้างที่มีประสบการแบบนี้ อยากให้อดทน อดทนไม่ไหวก้อทนอด ถ้าเราเกิดมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไรสักอย่างในชีวิต เรื่องของความรัก ก้อคงเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องทำเรื่องหนึ่งเหมือนกัน ทุกวันนี้เราอยู่โดยให้กำลังใจต่อกันและกันเสมอ ไม่ว่าอุปสรรคข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เราก้อพร้อมจะจับมือกันเดินต่อไป
ถ้าใครมีกำลังใจดี ๆ ก้อส่งให้กันบ้างนะคะ
เรา 2 คนมีประสบการณ์ที่เรียกได้ว่า ปา
ฎิหารย์ มาก ๆ ความรักของเราเกิดขึ้นโดยไม่เคยได้ยินแม้กระทั่งเสียงของกันและกัน มีเพียงรูปถ่ายที่แลกกัน และการส่งข้อความคุยกัน เราพยายามที่จะเจอกันหลายต่อหลายหน แต่เป็นเพราะโชคชะตาเล่นตลก เราจะคลาดกันทุกครั้งไป ใครเคยได้ดูเรื่องผู้หญิงเลี้ยวซ้ายผู้ชายเลี้ยวขวาบ้าง เราอยู่ในสถานที่เดียวกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยเลย ไม่เคยที่จะได้เจอกัน ไม่รู้เพราะอะไรเราสองคนถึงได้เป็นแบบนี้ เรารักกันมา 2 ปี ความรักไม่เคยที่จะจืดจางลง มีแต่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก้อคือ กำลังใจ กำลังใจให้เราทั้งสองคนได้เจอกัน ได้ฟันผ่าอุปสรรคที่เจออยู่ ว่าง ๆ ก้อมาเล่าประสบการณ์ให้กันฟังบ้างนะคะ yves_kt@hotmail.com
สิ่งที่ฉันหวัง สิ่งที่ฉันคอย
อาจดูเหมือนเลื่อนลอย เกือบจะฝันไป
มองหาคนๆหนึ่ง ที่ไม่รู้เป็นใคร
และไม่รู้เมื่อไหร่ จะพบคนผู้นั้น
ส่วนชีวิตฉัน บอกเลยว่ามี
เจอะคนที่แสนดี อยู่ทุกๆวัน
เพียงแค่ไม่มีใคร ที่จะฝันตรงกัน
แต่ว่าฉันมั่นใจ จะพบในไม่ช้า
อาจบางทีในเมืองกว้างใหญ่
หมอกและควันช่วยกันพรางตา
มีขอบรั้วขอบกำแพงสร้างมา
ตึกระฟ้าคอยบังเราอยู่
แต่เราก็หากันจนเจอ
มันนานแค่ไหนที่คอยเธอมา
รู้สึกไหมว่าชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีใครสักคนข้างกาย
เกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง
เป็นคนที่ฟ้าสร้างมาตรงใจ
เราต่างรู้โลกมันแสนกว้างใหญ่
แต่มันคงไม่ยากเกินไป
ที่ฉันจะพบเธอ
อาจมีสักครั้งที่เราสองคน
ผ่านทางที่วกวน อยู่ใกล้ๆกัน
ใบไม้เพียงใบหนึ่ง หล่นตอนที่เดินผ่าน
ฉันคงจะมองมัน เมื่อเธอเดินผ่านมา
อาจบางทีในเมืองกว้างใหญ่
หมอกและควันช่วยกันพรางตา
มีขอบรั้วขอบกำแพงสร้างมา
ตึกระฟ้าคอยบังเราอยู่
แต่เราก็หากันจนเจอ
มันนานแค่ไหนที่คอยเธอมา
รู้สึกไหมว่าชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีใครสักคนข้างกาย
เกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง
เป็นคนที่ฟ้าสร้างมาตรงใจ
เราต่างรู้โลกมันแสนกว้างใหญ่
แต่มันคงไม่ยากเกินไป
ที่ฉันจะพบเธอ
ผมกำลังรอใครคนนึงอยู่…ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเค้าคือใคร?
ที่ผมรู้คือ…คนๆนั้นสำคัญสำหรับผมมาก!!
…ผมเคยร้องเพลงกับเค้าหรือเธอคนนั้น ในช่วงเวลาเพียง 3 วินาที ที่ผมหลับตาลง เธอได้นั่งดีดกีต้าอยู่บนสะพานแห่งหนึ่ง โดยมีผมยืนร้องเพลงอยู่หน้าเธอ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกได้ว่า-มีความสุขที่สุดแล้วในชีวิต… ผมได้เห็นหน้าเธอคนนั้น ในช่วงเวลานั้นเหมือนกับว่า ความทรงจำของผมไม่ใช่ความทรงจำของปัจจุบัน เพราะผมไม่มีความทรงจำของเรื่องในปัจจุบันตั้งแต่ผมเกิดมาเรยในช่วงเวลา 3 วินาทีนั้น!!
…และเมื่อผมลืมตาขึ้นมาหลังจากตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเวลาประมาณ 3 วินาที ผมก็พยายามนึก ว่าเธอคนนั้นคือใคร!! ผมพยายามคิดว่าจะเป็นคนที่ผมรู้จัก แต่ว่าผมไม่สามารถจำหน้าเธอคนนั้นได้เลย…สิ่งที่ผมจำได้อย่างเดียวก็คือ “รอยยิ้ม” ของเธอคนนั้น…รอยยิ้มที่สะกดทุกจิตวิญญาณของผมให้หยุดอยู่กับเธอผู้นี้เพียงคนเดียว!! กับท่วงทำนองของบทเพลงที่เราบรรเลงด้วยกัน มันเป็นเพลงที่ผมไม่รู้จัก* แต่มันสามารถทำให้ผมรู้สึกว่า เพลงนั้นมันคือชิ้นส่วนหนึ่งของกุญแจที่จะสามารถไขความลับทุกอย่างให้กับผมได้…!! ผมจะหยุดรอเธอคนั้นอยู่เสมอ และผมจะตามหาเธอในทุกๆช่วงเวลาแห่งความฝันและความจริง!! ไม่ว่าเธอคนั้นจะอยู่ที่ใดก็ตาม ^ ^//
…………………………………………………….
…คุณเคยคิดไหมว่าคนเราเกิดมานี้+แต่งงาน+เปงแฟนกันคนที่เราคบอยู่นั้นชาติที่แล้วเรากับเค้าเคยเจอเคยเจอกานแล้วรู้จักกานบ้างไหม มีคนเคยบอกว่าถ้าเราเจอใครหรือทำอะไรไว้กับใครในชาติที่แล้วแล้วชาตินี้เราก้อจะได้เจอเค้า
แล้วถ้าถามในเรื่องของความรักล่ะถ้าชาติที่แล้วเราเคยรักกานแล้วชาตินี้เราจะได้เจอกานและรักกันอีกรึป่าว
บางทีก้อเคยมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและคิดว่าคนๆนั้นเขาอยุ่ณ.แห่งหนใด..บางทีก้ออยากเจอคนๆนั้นที่เค้ากำลังมองหาเราและเราก้อกำลังมองหาเค้า
ขอแค่เพียงเวลาไม่กี่เสี้ยววินาทีก้อได้ แต่หากหากบอกว่าขอเวลาไม่กี่เสี้ยววินาทีก้อได้ขอให้เจอเขาคนนั้น แต่หากเจอเค้าจิงๆ ก้ออยากยืดเวลาไปอีกสักเดือน2เดือน เป็นปี หรือตลอดชีวิต…..แต่ครึ่งหนึ่งของชีวิตเราจะได้เจอเค้ารึเปล่าก้อไม่รู้…แต่ถ้าหากเจอแล้วก้อจะเก็บความสุขมทีมีไว้ทุกเสี้ยวเวลาแล้ววินาทีทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด…
เราตามหากันเจอแล้วแต่ถูกปฏิเสธ เพราะเค้าคิดว่า เราไม่ใช่คนที่เค้าตามหา
ความรักของฉันถูกเขียนขึ้นด้วยความรู้สึกดีๆของเราสองคนหากแต่ว่า
โชคชะตาที่กำหนดให้เราต้องมีอันพลัดพรากจากกันทั้งที่ใจยังเต็มเปียมไปด้วยรัก
ฉันต้องเดินทางไป Haungary ในวันที่ 4 ม.ค นี้
และไม่มีกำหนดที่จะกลับมาเมืองไทยอีกตอนไหน
…ทุกสิ่งที่เป็นความจริงก็คือความจริงจากที่เคยเชื่อและศรัทธามาทั้งชีวิตแต่การมีตัวตนกลับทำให้บางสิ่งต้องสูญสลายลงไปคนหนึ่งเชื่อมั่นในรักแท้แต่อีกคนหนึ่งสิ้นศรัทธาในรักแท้จนทำให้หัวใจของอีกคนต้องวนเวียนกับความรู้สึกเดิมๆๆแม้จะต้องตัดใจของหัวใจคนที่สิ้นศรัทธาที่เอ่อคำพูดว่ารักแท้ไม่มีอยู่จริงแต่สำหรับเราแล้วยังคงเคารพซื่อสัตย์ต่อจิตวิญญาณของตัวเองอย่างเปี่ยมล้นเพราะรักแท้สัมผัสได้ด้วยหัวใจ…ขอบคุณที่มีหลักฐานในความจริงของรักแท้ฉันเชื่อก่อนที่ฉันจะเจอหนังสือเราจะข้ามเวลามาพบกันและหลังจากที่เจอหนังสือเล่มนี้แม้เวลาจะผ่านมาเป็นปีๆๆฉันก็ยังคงเชื่อและศรัทธาเสมอ
เราเองไม่เคยสมหวังในรัก ..รักแรกเราไม่เคยลืมได้ เจ็บทุกครั้งที่นึกถึง ..เมื่อไหร่เราจะพบคู่แท้บ้าง
ยังคิดถึงคนที่รักที่จากปัย ยังคิดถึงแระอยากหั้ยเจอกันอีกครั้ง
มั่ยเคยลืมเขาได้สักวัน เพราะเค้าเปนรักแท้…ที่ชั้นมีได้เพียงครั้งเดียวว
คิดถึงเทอที่สุด จนไม่อาจลืมได้สักวัน
I think i meet someone who is my souldmate but he’s not lastest long one….i never ever hate him..there no reasons to hate him if its only because he leave me …I still love him everyday..every sec of my breath…i wanna tell him..oh well i told him but even there no reasponbility from him..but all memories i ever had with him ..every words everything he promised me..its always reminds me of him….It’s really suffering to meet someone who no need to take so much time together but at the first met we know inside our mind so close to each other …. Today I dont even know How is he…he’s happy there or not…but everyday i filling my feeling to the diary and praying everyday every night ..hope one day he can feel it and come back to me and meet again…i wanna feel his warm cuddle and kissed ….there no one else who kissed me and make me feel like that ..no one else who cuddle me and make me feel warm and safe like him…no one else come to my life and gonna stay the same place with him..i always have the space of my heart for him…
PS: I love you till the end…
…แต่เขาอาจจำคุณไม่ได้ แม้ว่าคุณจะได้พบกับเขาอีกครั้ง แม้ว่าคุณจะรู้จักและจำเขาได้ก็ตามตัวคุณรับรู้แล้วว่าเขาเคยผูกพันกับคุณมาก่อน คุณมองเห็นความเป็นไปได้ เห็นอนาคต แต่เขาไม่เห็น
…………………………
เค้าไม่เคยรู้สึกจริงๆ .. .
คุงเชื่อเรื่องพรหมลิขิตกันไหม ฉันเองตอนนี้ตอนนี้ก้อไม่แน่นใจเหมือนกันว่า มันเปงความบังเอิญ หรือพรหมลิขิต ฉันเองได้จากกับเพื่อนฉันคนนึงไปนานมาก ตั้งแต่เด็กๆ จนเวลาผ่านไปนานเหลือเกิน 7 ปีได้แล้วมั่ง แต่คนที่ฉันแอบหลงรักมาตลอด ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แล้ว เราเล่นด้วยกันทุกวัน ทุกวันฉันมีความสุขมากถึงแม้มันเป็นเวลาเพียงสั้นๆ แต่มันเปงช่วงเวลาที่ดีที่สุด และเราทั้งสองคนก้อไม่เจอกันอีกเลย โดยที่เค้าคนนั้นก้อไม่รู้ว่าฉันยังจดจำภาพสุดท้ายที่เขาเดินจากไปได้ชัดเจนจนถึงวันนี้ ภาพที่เขาเดินหันหลังให้ฉันพร้อมกับในมือกอดลูกบาสเอาไว้และจากไป ทำไมตอนนั้นฉันไม่บอกเขาไปว่าฉันชอบเขามากแค่ไหน คงเป็นเพราะฉันยังเด็กอยู่ด้วยมั่ง แล้วนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่รอเธอ เขาจากฉันไปโดยไม่รู้เลยว่า ชื่อจริงเขา คือ บ้าน ย้ายไปไหน ไม่รู้อารายเลยติดต่อไม่ได้ ฉันรู้เพียง แต่ชื่อเล่นของเขาเพียงเท่านั้น จนวันนึงฉันได้มาพบแม่ของเขาโดยบังเอิญ และฉันก้อถามถึงเขา แม่เขาบอกฉันว่าเขาอยู่ กรุงเทพ และเขาก้อเรียนหนักมากเลย เขาเป็นคนเก่ง มาก เลยและฉันก้อได้เบอร์โทรเขามาโดยบังเอิญ และก้อโทรไปหาเขา เขาจำฉันได้ด้วย เมื่อฉันด้ยิน น้ำตาก้อไหลมาเพราะความดีใจ แต่ฉันก้อคงได้แค่เก็บความรักเอาไว้อย่างงี้ไปเรื่อยๆเพราะชีวิตเขาต้องพบคนที่ดีกว่าฉัน ฉันอยากให้คนที่ฉันรักมากและรอเขามาตลอดได้พบ คนที่ดี และเหมาะสมกับเขา ฉันก้อคงมีความสุขแล้วที่เห็นเขาประสบความสำเร็จ โดยฉันตายโดยปราจากคนที่ รักฉัน แต่ฉันมีความสุขแล้ว มีฉันมีคนมีที่ ฉันรัก ฉันคงตายตาหลับแล้ว ถ้าชาติหน้ามีจิง ฉันขอให้เขา ได้เกิดมาเจอกับฉันทุกชาติ ละขอให้เขารักฉันอย่างที่ฉันรักและรอเขาบ้าง ถึงแม้ชาตินี้ฉันคงไม่มีสิทธิแล้ว เพราะคนอย่างฉันไม่คู่ควรกับคนดีๆที่มีอนาคตอีกยาวไกล อย่างเขา สุดท้ายฉันขอให้เขา สอบเข้าแพทย์ ได้ตามที่เขาตั้งใจน่ะ ขอให้เขาเจอคนดีๆ มีเหมาะกับเขา ฉันก้อมีความสุขแล้วที่ได้รัก เขาข้างเดียว
ถ้าวันนึงเทอได้มาอ่านก้อขอให้เทออย่าโกรธอย่าเกียจเราน่ะที่เรา เขียนข้อความนี้ไว้ ฉันแค่อยากจะระบายแค่นั้น (เราจะรอเทออยู่ที่แป้นบาส ที่เราเคยเล่นด้วยกันตลอดไป ทุกครังที่เดินผ่านฉันเห็นภาพความทรงจำดีๆมาตลอดจะไม่ลืมเลือน ) จากดรีม
รักแท้ของฉันเกิดขึ้นกับความรู้สึกของเค้าก่อน เมื่อตอนที่เราพบกันครั้งแรก โดยที่เค้าเฝ้าอดทนรอเพียงเพราะเราต่างมีคนของกันและกัน จนกระทั่งอีก ๑๗ ปีต่อมาโชคชะตานำเรามาพบกันและนำความกล้ามาให้เค้าเพื่อบอกให้ฉันรับรู้ถึงความรู้สึกของเค้า ทั้ง ๆที่เค้าเองก็ไม่รู้ว่าฉันจะมีปฏิกริยายังงัยความเป็นเพื่อนของเราจะจบลงมั๊ย เค้าเพียงมั่นใจว่าถึงเวลาแล้วที่เค้าต้องบอกฉันว่าเค้ารักและเฝ้ารอฉันมานานแค่ไหน ใครบอกกันนะว่ารักแท้จะมาถูกที่ถูกเวลาเสมอ แต่สำหรับคู่ของเราคงไม่ใช่เพราะในขณะที่ฉันไม่มีใครแต่เค้ามีคนที่เค้าต้องรับผิดชอบในชีวิต เค้าเองไม่ได้คิดว่าคำพูดของเค้าจะมาตรงกับหัวใจของฉันเค้าเพียงอยากให้รู้อยากดูแลผู้หญิงที่เค้ารักเท่านั้น หัวใจของฉันเป็นของเค้าเมื่อไหร่กันนะ ทั้ง ๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่าเราไม่มีทางได้ใช้ชีวิตร่วมกันในชาตินี้แต่ฉันก็ยังจะขอรักเค้า ไม่ต้องการเป็นส่วนเกินหรือตัวสร้างปัญหาในครอบครัวของเค้า ฉันต้องการเพียงได้รัก ได้คุย ได้เจอได้ดูแลซึ่งกันและกันบ้างก็พอ ทำไมโชคชะตาถึงกำหนดให้เค้ากล้าที่จะบอกและกำหนดให้ฉันเพิ่งจะรู้หัวใจตัวเองตอนนี้ทำไมเมื่อ ๑๗ ปีที่แล้วเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะชาตินี้ไม่ใช่เวลาของฉัน แต่ถึงยังงัยฉันก็ยังดีใจที่ได้พบกับรักแท้ที่รู้สึกได้ทั้งฉันและเค้าจะรักและดูแลกันตลอดไปจนกว่าจะตายจากกัน
ความรักหนอความรัก
ยามสุขก้อสุขเหลือล้น
ยามทุกข์ทนก็ทุกข์หนักหนา
พบเจอ พลัดพลากแล้วสุดท้ายคือการจากลา
ยังคงรอ รอคอยเสมอมา เฝ้ารอคนที่ฝากฟ้ากำหนดมาให้เป็นคู่กัน
เมื่อปี 2544
ใครคนหนึ่งที่ฉันเค่เคยเห็นจากข้างหลังก็รู้สึกสะดุดตา
และฉันก็เห็นเขาทุกวัน เฉพาะตอนเย็นที่มาออกกำลังกาย
แต่ก็ได้แค่มองจากข้างหลัง จากข้างๆ
หากฉันก็มีความสุขมากในทุกคร้งที่ได้นึกถึงเขา
เมื่อปี 2546
เขาก้หายไป หากฉันก็เฝ้ารอว่าคงจะมีโอกาสได้พบเห็นเขาอีก
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี
ปี 2547
ฉันต้องย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัด
ฉันรู้สึกเหมือนกับต้องจากเขาไป ต้องจากสถานที่ๆฉันเคยรัก
แม้จะอยู่ต่างจังหวัด หากใจของฉันก็ยังนึกถึงแต่เขา
เมื่อไรนะ ฉันจึงจะมีโอกาสได้กลับมาไปที่นั่นอีก
ปี 2549
ฉันย้ายงานกลับมาที่กรุงเทพอีครั้งก
ฉันยิ้มอย่างมีความสุข ที่ได้กลับมาเยื่อนสถานทีๆ ที่เคยเห็นเขาอยู่ทุกวัน
ในสวนลุมพินีแห่งนี้
“เพียงแค่เคยเห็นมุมที่พี่เคยยืน เคยนั่ง เคยวิ่ง เคยยืน เค้าก็มีความสุขมากเลยนะ”
จนบัดนี้ ปี 2553
ก็ผ่านไปเกือบจะสิบปีแล้ว
ฉันก็ยังคงคิดถึงเขาอยู่อย่างนี้ แม้เพิ่งจะรู้ตัวดี ว่าคงไม่มีโอกาสได้พบเขาอีกเลยทั้งชีวิต
เพราะฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน
หากฉันก็ยังคงมีแต่เขาอยู่ในหัวใจ และเป็นสุขที่ได้คิดถึง
….ขอแค่ได้คิดถึง ฉันก็มีความสุขอย่างมากแล้ว….
ความรักของฉันก็เป็นแบบนี้เองแหละ
การรักใครสักคน ไม่ใช่เรื่องผิดใช่มั้ย
ถ้าชั้นจะรอคอยเค้า จะผิดมั้ย
จะบอกยังไงดี ชั้นไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน
ชั้นมีแฟนอยู่แล้ว
แต่พอชั้นมาเรียนมหาลัย ชั้นเจอรุ่นพี่อยู่คนนึง
แต่เค้าเป็นชาวต่างชาติ เราไม่สามารถโต้ตอบกันได้
มหาลัยชั้นเป็นนานาชาติค่ะ
จนวันนึงเพื่อนของชั้นแนะนำให้ชั้นได้รู้จักกับเค้าคนนี้
ซึ่งเพื่อนของชั้นรู้จักมาก่อน
วันนั้นชั้นยังจำได้ดี เค้าก้อhi กับชั้น
แล้วก้อจับมือทักทายกัน
แต่ชั้นอึ้งมาก ได้แต่ยืนมองหน้าเค้า ไม่รู้สึกตัวเลยด้วย
ว่ายื่นมือไปจับเค้าตอนไหน
ความรู้สึกดีใจผสมกับตกใจ
ไม่กี่วันชั้นก้อได้ facebook เค้ามา
ชั้นบอกรักเค้าในนั้น
หวังว่าสักวันเค้าจะเห็นความรักที่ชั้นมอบให้บ้าง
ตอนนี้ผ่านไปเดือนนึงแล้ว แต่ชั้นยังกินแห้วอยู่เลย
มันบอกไม่ได้ว่าไปแอบรักเค้าตอนไหน
แต่ตอนนี้ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
ตอนนี้ขอให้เค้ารู้ว่าเรารักเค้าก้อพอแล้ว
ได้เห็นเค้ายิ้ม หัวเราะ ได้เห็นหน้าเค้าทุกวัน และมีความสุขในทุกวันก้อพอแล้ว
ปี 2008
เราสองคนพบกันโดยบังเอิญที่เว็บไซด์หาคู่ ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้ฉันส่งข้อความไปหาเค้าก่อน ฉันมีความรู้สึกว่าเคยรู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน อย่างไร เราเป็นคนไทย เค้าเป็นคนมาเลเซีย จะมารักกันได้ยังไง เราสองคนติดต่อกันทาง MSN,
ทางโทรศัพท์ และส่ง SMS หากันตลอดเวลา 2 ปีที่เราได้รู้จักกัน เราสองคนแลกเปลี่ยนของขวัญให้กันเกือบทุกเทศกาลพิเศษๆ เราสองคนมีความรู้สึกพิเศษต่อกัน แต่ยังไม่กล้าที่จะบอกให้อีกฝ่ายรู้เท่านั้นเอง
ปี 2009
เค้าหาหาเราที่กรุงเทพ ฉันพาเค้าไปเที่ยวหลายที่มาก เราได้ไปไหว้พระด้วยกันที่วัดหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อโต หลวงพ่อวัดพระศรีสรรเพชญ์ ไปทุ่งทานตะวัน เขื่อนป่าสักที่ลพบุรี ไปเมืองโบราณ และกินข้าวที่บางปู สมุทรสงคราม เป็นช่วงเวลาที่ฉันกับเขามีความสุขมากที่สุด ในที่สุดก็ถึงวันที่เขาต้องกลับมาเลเซีย ฉันเสียใจมาก ในใจคิดว่า คงจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว
หลังจากที่เขากลับไปมาเลเซียแล้ว เขาก็ส่งข้อความมาหาฉันตลอดเวลา ในที่สุด ฉันก็
ตัดสินใจบอกเค้าไปว่า ฉันรักเค้า และเค้าก็บอกว่าเค้ารักฉันมากเหมือนกัน รู้สึกผูกพันกับฉันมาก แม้เราจะอยู่ไกลกัน แต่เราสองคนรู้สึกได้ว่าเราอยู่ใกล้กันตลอดเวลา
ปี 2010
ฉันจะไปหาเค้าที่มาเลเซีย ประมาณช่วงเดือนเมษายน เราสัญญากันแล้วว่าจะต้องได้พบกันอีก แต่ว่าแม่ของเค้าไม่ให้เราคบกัน เพราะแม่เค้าบอกว่าเราสองคนอยู่ไกลกัน คนละประเทศ เค้าเป็นลูกคนเดียว ฉันก็เป็นลูกคนเดียว ต่างคนต่างต้องดูแลพ่อแม่ ย้ายไปอยู่ประเทศอื่นไม่ได้ แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เค้าบอกเลิกฉัน เค้าบอกฉันว่าเราคบกันไม่ได้ เค้าแพ้แล้ว เค้าทำอะไรไม่ได้ หลังจากนั้น เค้าก็ไม่เคยติดต่อฉันอีกเลย
ฉันไปมาเลเซีย เค้าก็พาฉันไปเที่ยว เดินจับมือฉัน ตลอดระยะเวลา 7 วัน เค้าอยู่กับฉันตลอดเวลา และแล้ววันที่ฉันต้องกลับเมืองไทย เราสองคนลากันที่สนามบิน LCCT ที่มาเลเซีย และฉันก็ไม่เคยได้คุยกับเค้าอีกเลย
ฉันรู้ว่าฉันรักเค้ามาก ถึงฉันจะพยายามลืมเค้าเท่าไหร่ ฉันก็ลืมเค้าไม่ได้สักที ทุกครั้งที่ฉันดูรูปเค้า หรืออ่านข้อความของเค้า ทำให้ฉันร้องไห้ตลอดเวลา
ฉันคิดว่า ถ้าเราสองคนเป็นคู่กัน เราต้องได้กลับมาพบกันอีก ฉันเชื่อในพรหมลิขิตค่ะ นี่มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ…..
ใครมีประสบการณ์ความรักแบบนี้ ส่งอีเมล์มาคุยกันได้นะ ที่ Noomay_9527@windowslive.com